PDA

View Full Version : ประสบการณ์(อันน้อยนิด)เกี่ยวกับการถอดจิตที่ดิฉันประสบ


ณฐมณฑ์
25-07-2005, 05:20 PM
ประสบการณ์ที่ดิฉันจะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์นอกเหนือจากการฝึกมโนมยิทธิแบบภาวนานะมะพะธะ หรือนะโมพุทธายะ ค่ะ

จิตถอดขณะหลับ

ปรกติดิฉันจิตออกจากร่างไปในตอนหลับหลายครั้ง
และจิตที่ถอดนั้นไปกราบพระพร้อมกับได้พบเจอผู้ฝึกมโนมยิทธิอย่างน้อย 2 ครั้ง
และทั้ง 2 ครั้งนั้นมีคุณปาริสัชชาไปกราบพระตามปรกติของท่านอยู่ด้วย
ส่วนครั้งแรกที่จำได้นั้น ดิฉันพบทั้งคุณปาริสัชชาและผู้ปฏิบัติมโนมยิทธิอีกท่านหนึ่งค่ะ
เมื่อตื่นมาแล้วได้คุยกันทางโทรศัพท์ ก็พบว่าเล่ารายละเอียดได้สอดคล้องต้องกันกับเหตุการณ์ที่คุณปาริสัชชาพบในมโนมยิทธิค่ะ
เช่น กราบพระแล้วพระท่านให้โอวาทอย่างไรบ้าง พระพรหมท่านยืนด้านใด พระท่านมาโปรดในรูปลักษณ์แบบใด เป็นต้น

ประสบการณ์ที่จิตถอดไปเองขณะหลับอาจเกิดจาก
1.การเข้ากรรมฐานก่อนนอน
2.จากการมีใจรำลึกถึงพระพุทธคุณเสมอๆ ในระหว่างวัน
แต่นั่นก็แล้วแต่ว่าจิตจะหลุดไปเองเมื่อไรนะคะ
นับเป็นการถอดจิตตามธรรมชาติที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรง
(แต่เราอาจจะควบคุมโดยอ้อมได้ แต่ในที่นี้จะยังไม่ขอพูดถึงค่ะ)

จิตถอดขณะฝึกกสิณแสงสว่าง

ที่วัด กลางดึกค่อนสว่างคืนหนึ่ง
ขณะนั้น ดิฉันนอนไม่ค่อยหลับจึงนอนฝึกกสิณไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นการปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ
ดิฉันนอนตะแคงฝึกค่ะ กะว่าถ้าหลับก็หลับ ถ้าไม่หลับก็ฝึกทรงประกายพฤกษ์ในกสิณแสงสว่างไปนานๆ

พอดีเช้ามืด ถึงเวลาที่พระจะเริ่มจะตื่นขึ้นทำวัตรเช้า
ดิฉันก็เลยพลิกตัวจากการนอนตะแคงเป็นนอนหงายจะได้เป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ
ขณะนั้นทรงอารมณ์ในฌานสี่กสิณอยู่นานแล้วพลิกกายโดยที่อารมณ์ยังไม่คลายลงนัก
คือมีใจนิ่งไม่ได้คิดอะไร (การจะพลิกกายก็ไม่เชิงว่าคิดนะคะ คือทรงอารมณ์ไว้ในขณะที่เปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย)

พบว่า ที่เปลี่ยนอิริยาบถคือกายในค่ะ
ส่วนกายเนื้อยังนอนตะแคงอยู่เหมือนเดิมไม่ไหวติง
ที่เห็นขณะนั้น ไม่ได้เห็นด้วยตาแบบมีร่างกายนะคะ
แต่เห็นจากความรู้สึกโดยไม่ได้เหลียวไปมอง
ร่างกายนั้นนอนนิ่งในความมืดของรัตติกาล
อทิสมานผ่องใสเป็นดวงกลม
ในกุฏินั้น ยังเห็นดวงกลมใหญ่ผ่องใสเป็นประกายอีกสองดวงอีกด้วย คาดว่าเป็นเทวดาในบริเวณวัดค่ะ

ภาวะความเป็นทิพย์ขณะจิตถอดจากร่าง

ขณะที่จิตถอดจากร่างนั้น จิตไม่มีน้ำหนัก
กล่าวคือแรงโน้มถ่วงโลกไม่มีผลกับอทิสมานกายแม้แต่อย่างใดเลยค่ะ
สายลมก็ไม่อาจจะต้องต่ออทิสมานกายใดๆ เลย
ดิฉันก็คุมสติ ประคองระดับอารมณ์แผ่วเบานิ่งๆ ไว้ แต่ใจยังไม่มั่นดี จึงสวดมนต์บทพุทธคุณในใจ
เมื่อสวดในใจ อทิสมานกายกลับได้ยินเสียงสวดของตนเหมือนเสียงพูด (คือไม่ใช่เสียงของความเงียบค่ะ)
ได้ยินเสียงพระท่านคิดในใจเล็กน้อยด้วย (ท่านเพิ่งเริ่มตื่นและยังอยู่ในกุฏิท่าน)
ที่สำคัญคือ อทิสมานกายขณะที่เป็นอิสระจากร่างกายนั้นค่อนข้างรู้รอบ
ณ เวลาที่ถอดจิตจากกายได้ ทิพจักขุญาณจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติค่ะ
และเป็นทิพจักขุญาณที่แจ่มชัดกว่าขณะที่อาศัยในกายเนื้อด้วยซ้ำ

พบว่าการถอดจิตแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นยากกว่าฝึกทิพจักขุญาณทั่วไปมากค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันยังทำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างคืนนั้นอีกไม่ได้เลยค่ะ
(รวมถึงการฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลังของดิฉันนั้นยังถอดเต็มกำลังแบบไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ)

คืนนั้น ได้ประจักษ์แก่ใจตนอีกครั้งว่าคนตายเป็นอย่างนี้ ได้อารมณ์พิจารณาแบบมรณานุสติดีนะคะ
แต่จิตเข้าร่างง่ายมากเลยนะคะ นึกถึงร่างกายนิดเดียวจิตก็กลับแล้ว
ดังนั้น การถอดจิตจึงเกี่ยวพันโดยตรงกับการตัดขันธุ์ห้าให้ชัดเจนต่อใจเราให้ได้

เคยถามคุณปาริสัชชาเรื่องการถอดจิต ท่านบอกว่าเคยถอดทางหน้าผาก
ดิฉันไม่ได้ถอดทางหน้าผากค่ะ แต่อารมณ์จิตเมื่อถอดแล้วนั้นตรงกับที่คุณปาริสัชชาเคยประสบค่ะ

ธรรมนันท์ ไชยานนท์
25-07-2005, 06:26 PM
สาธุครับ อนุโมทนาคุณพี่

KomAon11
25-07-2005, 10:12 PM
ผมขออาศัยธรรมทานของพี่ ต่อบุญอีกที..ด้วยนะครับ ..

1. ที่เล่านี้เป็นประสบการณ์ทางจิตที่ไม่ใช่แบบมโนมยิทธิ และเป็นแบบ จิต แยกจากกาย โดยเด็ดขาด .. เกิดขึ้นน้อยมาก (หากเทียบก็คงเป็น มโนมยิทธิเต็มกำลัง และระดับ 100% ด้วย ..เต็มกำลังมีหลายระดับ % ส่วนมาไม่ถึง 100% จริงรึเปล่าครับพี่ณฐมณฑ์ )

2. ปรกติ จิตพี่ณฐมณฑ์จะชอบออกจากร่างตอนหลับ..และไปเจอกายทิพย์ของผู้ฝึกมโนมยิทธิรวมทั้งคุณปาริสัชชา..และเมื่อจิตเข้าร่างปรกติแล้ว ก็ได้สอบถามคุณปาริสัชชาทางโทรศัพท์ ซึ่งผลคือ รับรู้ตรงกัน เช่น เนื้อหาที่พระท่านให้โอวาท .. ตำแหน่ง สถานที่ ลักษณะของบุคคลที่เจอ

3. ประสบการณ์ถอดจิตขณะหลับ .. อาจเกิดจาก การเข้ากรรมฐานก่อนนอน 1 , การระลึกพุทธคุณ 1 .. ซึ่งจริงแล้ว การถอดจิต ยังมีอีกหลายสาเหตุ และหลายวิธีควบคุม

4. เช้ามืดที่วัด ในอิริยาบทนอนตะแคง จิตอยู่ในฌาน 4 .. เกิดการเห็นที่ไม่ใช่ตาเนื้อ(ตาทิพย์) แลเห็นอทิสมานผ่องใสเป็นดวงกลมในกุฏิ และมีอีกสองดวงใหญ่(คาดว่าน่าจะเป็นเทวดา)

5. จิตที่ถอดออกจากร่างมีลักษณะไม่มีน้ำหนัก แรงโน้มถ่วงโลก สายลม ไม่มีผลกระทบต่ออทิสมานกาย

6. หลังจากนั้นก็สวดมนต์บทพุทธคุณเพื่อประคองจิตให้เบานิ่งๆไว้ แต่กลับได้ยินเสียงสวดมนต์ของตัวเองเหมือนเสียงพูด 1 , ได้ยินเสียงพระในกุฏิท่านคิดในใจเล็กน้อย 1

7. อทิสมานกายคณะที่จิตออกจากร่างกาย ค่อนข้างรอบรู้ ( อันนี้หมายถึง จิตมีความเป็นทิพย์รอบรู้ทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว รึเปล่าครับพี่ ณฐมณฑ์ )

8. ในขณะถอดจิตออกจากกายได้แล้วนั้น ตาทิพย์(ทิพยจักขุญาณ)จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และแจ่มชัดกว่า ตาทิพย์ที่เกิดขึ้นในขณะจิตยังอยู่กายเนื้อ(หรืออาศัยกายเนื้ออยู่ ในที่นี้อาจหมายถึง จิตยังติดกายเนื้ออยู่ ยังตัดกันไม่ขาดดี ใช่รึเปล่าครับ?? ซึ่งที่กล่าวทั้งหมดนี้ จิตแยกจากกายได้ 100% )

9. การถอดจิตแบบแยกจากกายโดยเด็ดขาด 100% ... ตอนนี้ก็ยังทำไม่ถึงระดับนั้น อาจจะนานๆ ที

10. ประสบการณ์นี้ คิดเทียบกับ อารมณ์ตอนตายที่จิตแยกกับกายโดยเด็ดขาด.. เป็นธรรมหมวดมรณานุสติ

11. ประสบการณ์นี้ สรุปได้ว่า การถอดจิตจึงเกี่ยวข้องกันโดยตรงกับการตัดขันธ์ 5(การตัดร่างกาย)

12. ส่วนคุณปาริสัชชาก็เคยถอดจิตทางหน้าผาก แต่คุณณฐมณฑ์ที่ไม่ได้ถอดจิตทางหน้าผาก .. แต่อารมณ์จิตนั้น ตรงกัน

ณฐมณฑ์
25-07-2005, 10:49 PM
ยืนยันข้อสรุปของน้องอ้นค่ะ

1. ที่เล่านี้เป็นประสบการณ์ทางจิตที่ไม่ใช่แบบมโนมยิทธิ และเป็นแบบ จิต แยกจากกาย โดยเด็ดขาด .. เกิดขึ้นน้อยมาก (หากเทียบก็คงเป็น มโนมยิทธิเต็มกำลัง และระดับ 100% ด้วย ..เต็มกำลังมีหลายระดับ % ส่วนมาไม่ถึง 100% จริงรึเปล่าครับพี่ณฐมณฑ์ )
ณฐมณฑ์:
ถามพี่ปาริสัชชา พี่ปาริสัชชาบอกว่าแบบที่เล่านี้เป็นมโนมยิทธิเต็มกำลังที่ถอดจิตแบบอภิญญาค่ะ
และการถอดจิตมโนมยิทธิแบบเต็มกำลังมีหลายระดับจริง
คืออาศัยกำลังของฌานสี่ทำให้ถอดจิตได้ แต่จิตออกจากร่างกายส่วนใหญ่จะเหลือความรู้สึกในร่างกายเล็กน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลที่ฝึกสำเร็จ
แต่การถอดแบบอภิญญานั้น ไม่รู้สึกในร่างกายเลยค่ะ

2. ปรกติ จิตพี่ณฐมณฑ์จะชอบออกจากร่างตอนหลับ..และไปเจอกายทิพย์ของผู้ฝึกมโนมยิทธิรวมทั้งคุณปาริสัชชา..และเมื่อจิตเข้าร่างปรกติแล้ว ก็ได้สอบถามคุณปาริสัชชาทางโทรศัพท์ ซึ่งผลคือ รับรู้ตรงกัน เช่น เนื้อหาที่พระท่านให้โอวาท .. ตำแหน่ง สถานที่ ลักษณะของบุคคลที่เจอ
ณฐมณฑ์:
ใช่จ้ะ

3. ประสบการณ์ถอดจิตขณะหลับ .. อาจเกิดจาก การเข้ากรรมฐานก่อนนอน 1 , การระลึกพุทธคุณ 1 .. ซึ่งจริงแล้ว การถอดจิต ยังมีอีกหลายสาเหตุ และหลายวิธีควบคุม
ณฐมณฑ์:
ใช่แล้วค่ะ แต่หลักๆ น่าจะเกิดจากสองประการดังกล่าวค่ะ

4. เช้ามืดที่วัด ในอิริยาบทนอนตะแคง จิตอยู่ในฌาน 4 .. เกิดการเห็นที่ไม่ใช่ตาเนื้อ(ตาทิพย์) แลเห็นอทิสมานผ่องใสเป็นดวงกลมในกุฏิ และมีอีกสองดวงใหญ่(คาดว่าน่าจะเป็นเทวดา)
ณฐมณฑ์:
แม่นแล่ว จิตนั้นประภัสสร

5. จิตที่ถอดออกจากร่างมีลักษณะไม่มีน้ำหนัก แรงโน้มถ่วงโลก สายลม ไม่มีผลกระทบต่ออทิสมานกาย
ณฐมณฑ์:
จริงค่ะ เป็นสภาวะไร้น้ำหนักค่ะ

6. หลังจากนั้นก็สวดมนต์บทพุทธคุณเพื่อประคองจิตให้เบานิ่งๆไว้ แต่กลับได้ยินเสียงสวดมนต์ของตัวเองเหมือนเสียงพูด 1 , ได้ยินเสียงพระในกุฏิท่านคิดในใจเล็กน้อย 1
ณฐมณฑ์:
ค่ะ ขณะจิตถอดจากร่างเด็ดขาดนั้น หูทิพย์ชัดเจนกว่าตอนที่พี่ฝึกหูทิพย์ขณะที่กายทิพย์อาศัยอยู่ในกายเนื้อค่ะ

7. อทิสมานกายคณะที่จิตออกจากร่างกาย ค่อนข้างรอบรู้ ( อันนี้หมายถึง จิตมีความเป็นทิพย์รอบรู้ทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว รึเปล่าครับพี่ ณฐมณฑ์ )
ณฐมณฑ์:
ใช่ค่ะ ตอนเราอยู่ในกายเนื้อ จะใช้สมองจนชิน ใช้ความรอบรู้จากจิดน้อยกว่า
และอาจเพราะจิตนั้นมีธรรมชาติเดิมรอบรู้ค่ะ
จะรู้รอบทั้งเบื้องซ้าย เบื้องขวา เบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องหน้า และเบื้องหลัง
คือรู้แบบรู้สึกค่ะ ไม่ผ่านกระบวนการคิด

8. ในขณะถอดจิตออกจากกายได้แล้วนั้น ตาทิพย์(ทิพยจักขุญาณ)จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และแจ่มชัดกว่า ตาทิพย์ที่เกิดขึ้นในขณะจิตยังอยู่กายเนื้อ(หรืออาศัยกายเนื้ออยู่ ในที่นี้อาจหมายถึง จิตยังติดกายเนื้ออยู่ ยังตัดกันไม่ขาดดี ใช่รึเปล่าครับ?? ซึ่งที่กล่าวทั้งหมดนี้ จิตแยกจากกายได้ 100% )
ณฐมณฑ์:
ถูกแล้วค่ะ

9. การถอดจิตแบบแยกจากกายโดยเด็ดขาด 100% ... ตอนนี้ก็ยังทำไม่ถึงระดับนั้น อาจจะนานๆ ที
ณฐมณฑ์:
จ้ะ

10. ประสบการณ์นี้ คิดเทียบกับ อารมณ์ตอนตายที่จิตแยกกับกายโดยเด็ดขาด.. เป็นธรรมหมวดมรณานุสติ
ณฐมณฑ์:
ถูกต้องค่ะ

11. ประสบการณ์นี้ สรุปได้ว่า การถอดจิตจึงเกี่ยวข้องกันโดยตรงกับการตัดขันธ์ 5(การตัดร่างกาย)
ณฐมณฑ์:
ใช่ค่ะ

12. ส่วนคุณปาริสัชชาก็เคยถอดจิตทางหน้าผาก แต่คุณณฐมณฑ์ที่ไม่ได้ถอดจิตทางหน้าผาก .. แต่อารมณ์จิตนั้น ตรงกัน
ณฐมณฑ์:
ค่ะ เป็นการใช้กำลังของฌานสี่ถอดแบบอภิญญาทั้งคู่
และพบว่าจิตไม่มีน้ำหนักเหมือนกัน คือเบาฟ่องๆ นึกถึงอะไรก็จิตเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนั้นพี่ปาริสัชชาเห็นกายทิพย์ตนใสเป็นประกาย ลักษณะมีศีรษะ แขน ขา
ในขณะที่พี่เองตอนนั้นเห็นตนเองด้วยจิตรู้ของความเป็นทิพย์ว่า กายทิพย์ของพี่ที่กำลังถอดนั้นเป็นดวงกลมๆ ใส แพรวพราววิบวับอยู่บ้างค่ะ
ตรงนี้ต่างกันจ้า

โมทนาค่ะที่มาช่วยสรุป
เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นค่ะน้องอ้น

KomAon11
26-07-2005, 12:54 AM
...รู้ขึ้นอีกเยอะเลย...

..แต่บางทีก็แสบตาเนอะ...เหอ เหอ

NUI
26-07-2005, 08:00 AM
อนุโมทนาด้วยค่ะ

โอมพุทโธกิเตศวร
26-07-2005, 08:29 AM
.................................................ยินดีครับ.....................................................

....................................เหลือเพียง ล้างอาสวะให้สิ้น ไม่หวนคืน....................

บัวขาว
26-07-2005, 09:54 AM
โมทนาด้วยค่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้น

Ayuraveda
26-07-2005, 11:31 AM
เรียนถาม คุณณฐมณฑ์ ไม่ทราบว่า ใช้เวลานานกี่ปีตั้งแต่เริ่มฝีกครับ ถึงทำได้ขนาดนี้
มีอาจารย์ท่านใดชี้แนะครับ?

premkamol ngamkiatkajorn
26-07-2005, 12:31 PM
อนุโมทนานะคะ หนูเพิ่งเรื่มฝึกสมาธิมาได้เดือนกว่า ยังไม่คืบหน้าไปไหนเท่าไร แต่เมื่ออ่านกระทู้ต่างๆ รวมทั้งของคุณพี่แล้ว ทำให้รู้สึกว่ายังไงก็ตามต้องพยายามไปนิพานในชาตินี้ให้ได้ และการฝึกมโนมยิทธิเปนสิ่งที่หนูควรจะฝึกอย่างยิ่ง หนูคิดนะคะ และหนูก็ตั้งใจว่าจะไปฝึกที่บ้านซอยสายลมวันเสาร์และอาทิตย์ต้นเดือนสิงหานี้ และต่อจากนั้นหนูจะขอคำแนะนำจากพี่นะคะ ขอบคุณค่ะ

นางมาร purify
26-07-2005, 02:36 PM
อนุโมทนา สาธุ สำหรับธรรมทานค่ะ พี่ณฐมณฑ์ จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

Vayokasinung
26-07-2005, 02:40 PM
อนุโมทนาครับ

วิศวกรม
26-07-2005, 04:37 PM
อยากทำได้จังครับ... ว่าง ๆ สอนกันหน่อยครับ

โอมพุทโธกิเตศวร
26-07-2005, 04:41 PM
..................................วิศวกรม จ๋ำอ้ายได๊ก่อ....ชมรม พ....ศ....มช.

แคท
26-07-2005, 04:45 PM
โมทนาค่ะ

UFO99
26-07-2005, 05:56 PM
อืมดีจัง คราวหลังถ้าไปวัดน๊ะคุณณฐมณฑ์ ลองนั่งในโบสท์เลยครับ ในนั้นสงบดี
และถ้าอยากทำได้อีกวิธี ผมอยากให้คุณ ณฐมณฑ์ ทำขัน 5 ก็จะมี ดอกไม้สีขาว 1 ดอก เทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอกมัดรวมกัน 5 อัน ใส่จานแล้ว ก็กล่าวคำบูชา อาราธนากรรมฐาน แล้วครูบาอาจารย์จะประคับประคองไปได้
คำบูชาอาราธนากรรมฐาน
อุกาสะ วันทามิภันเต ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต ปุญญัง สามินาอะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต (กราบ 1 ครั้ง)
ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะทะวา รัตตะเยนะกะตัง ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะขะมามิภันเต (หมอบกราบลงว่า - อุกาสะขะมามิภันเต ข้าพเจ้าขอกราบ ขอขมาลาโทษ ต่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกิน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอพระองค์จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า จนกราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน นะปัจจะโย โหนตุ)
อุกาสะ วันทามิภันเต ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต ปุญญัง สามินาอะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต
(กราบ 1 ครั้ง)
ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะทะวา รัตตะเยนะกะตัง ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะขะมามิภันเต (หมอบกราบลงว่า - อุกาสะขะมามิภันเต ข้าพเจ้าขอกราบ ขอขมาลาโทษ ต่อคุณครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกิน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอครูบาอาจารย์จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า จนกราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน นะปัจจะโย โหนตุ)
ผะริตะวานะเมตตัง สะเมตตา ภะทันตา อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ สัคเค กาเม จะรูเป คิริสิขะระตะเฎ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเปรัฎเฐ จะคาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภูมมาจายันตุ เทวาชะละ ถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฎฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโวเม สุณันตุ ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา (ซ้ำ 3 ครั้ง)
(ตั้งนะโม 3 จบ ) อุกาสะ อาชะโยโนเมภันเต อาชะคา ยะถาพาเล ยะถามูลเห ยะถาอะกุสะเล เยมะยัง อัคขระมะหะ เอวังภันเตอายะติง สังวิริยามิ (กราบ 1 ครั้ง)
อุกาสะข้าพเจ้าขอปฏิปฏิบูชา ตามคำสั่งสอน ของ องค์พระสัพพัญญูโคดม พระธรรมเจ้า อันสุขุม ละเอียด ละออ ขอพระองค์ลงมาบังเกิด อยู่ในจักษุทวาร อยู่ในมโนทวาร อยู่ในกายทวาร อยู่ในแห่งตัวข้าพเจ้า บัดเดี๋ยวนี้เถิด นิพพานัง ปะระมังสุขัง (กราบ 1 ครั้ง)
อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ ทุติยัมปิ อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ ตะติยัมปิ อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ (กราบ 3 ครั้ง)
คำแผ่เมตตา
- สัพเพสัตตา ศัทธาสาธุ สุขะชีวิโน ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย สัตว์ที่มีความทุกข์ ขอให้พ้นจากทุกข์ ที่มีความสุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป ขอให้ผู้ประกอบทาน ผู้บริจาคทาน บิดามารดา ครู อุปัชฌาอาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร สัพพะสัตว์ทั้งหลาย ภูตผีปีศาจทั้งหลาย เทวดาอารักษ์ทั้งหลาย ที่ได้สิงสถิตอยู่ในสถานที่นี้ จงได้รับส่วนบุญ ส่วนกุศลนี้ เมื่อรับแล้ว จงอนุโมทนา ด้วยเถิด
วันทาพระ
วันทามิภันเต สัพพังอะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต มะยากะตังปุญญังสามินา อะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต (กราบ)

*** สำหรับคนที่กลัวว่าจะถอดจิตแล้ว จะกลับมาไม่ได้ ก็ให้ จุดธูป 1 ดอก แล้วชูขึ้นเหนือหัว แล้ววนเสมาทางขวามาซ้าย 3 ครั้ง พร้อมกับท่อง เสมา อะระหัง อะ เสมายัง เอหิ เสมายัง
***ต้องสะสมกำลังสมาธิไว้ให้มากก่อน ถ้าถึงเวลาแล้ว ท่านจะให้เห็นเอง อันนี้เป็นของอาจารย์ของผม พักหลังนี้ผมไม่ได้ทำขันครู ลำพังตัวผมเองทำไม่ได้ ต้องขึ้นขันครูแล้วครูบาอาจย์จะนำพาไปเองครับ
นอกจากนี้ยังมี คำภาวนา อีกเดี๋ยวไว้วันหลังครับ วันนี้มีให้ ก็ พระพุทธกาปิติ ครับ

KomAon11
26-07-2005, 06:42 PM
โมทนาคุณ UFO คับ..

ปาริสัชชา
26-07-2005, 07:50 PM
โมทนาครับ คุณณฐมณฑ์

ธรรมะและผลของการปฎิบัติธรรมนั้น จะฟังอีกกี่ครั้งก็รู้สึกทำให้เกิดกำลังใจหนักแน่นและสงบเย็นขึ้นเสมอๆเลยนะครับ :)

pitsinee
26-07-2005, 08:46 PM
เข้ามารับกระแสแห่งบุญด้วยคะ

UFO99
26-07-2005, 08:49 PM
ขออภัย ขอแก้นิดนึงไม่งั้นจะเข้าใจผิดกัน
ของประกอบพานไหว้ครู
ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้ขาว (ชนิดใดก็ได้) 1 ดอก มัดรวมกันทั้งสามสิ่ง ใช้ใบตองพันทับกลัดด้ายไม้กลัดเสียบไว้ ทำทั้งหมด 5 ชุด
นำวางไว้บนภาชนะที่เป็นจานหรือถาด ปักเทียนด้านซ้ายและด้านขวาด้านละ 1 เล่ม
วิธีไหว้ครู
จุดธูป 5 ดอก เทียนบูชาพระ
จุดเทียนบนพานครูทั้ง 2 เล่ม
ยกพานครูขึ้นเหนือศรีษะ กล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐาน
เมื่ออาราธนาจบ ก่อนนั่งสมาธิยกมือพนมขึ้นเหนือศรีษะ
หน้าผาก ตา จมูก คอ หน้าอก ตามลำดับ
เมื่อการนั่งสมาธิจบลงให้แผ่เมตตา แล้ววันทาพระ

ขออภัยที่ต้องแก้ไม่งั้นแย่แน่ผมเนี่ย

พลังแห่งเมตตา
26-07-2005, 11:14 PM
ยิ้ม............ดีคับ

kiatkiat
27-07-2005, 12:05 AM
อนุโมทนา กับ พี่ณฐมน พี่ ปาริสัชชา น้องอ้น และมุกๆม่านที่นี่ด้วยครับ
ขอให้ก้าวหน้าไวไวนะครับ

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 04:50 PM
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาโมทนา และมาร่วมให้ธรรมทานนะคะ

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 04:56 PM
อยากทำได้จังครับ... ว่าง ๆ สอนกันหน่อยครับ
คุณวิศวกรมเลือกฝึกกรรมฐานกองใดก็ได้ที่เข้าถึงฌานสี่ได้จนชำนาญก่อนนะคะ
เมื่อท่านใดก็ตามเข้าฌานสี่ละเอียดแล้วทรงฌานสี่ละเอียดได้นาน
ก็จะมีโอกาสถอดจิตแบบอภิญญาใหญ่ได้ค่ะ

แต่ทุกวันนี้ ดิฉันเองก็ยังรู้สึกว่าการถอดจิตแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเรื่องยากอยู่
ในสายตาดิฉัน การฝึกทิพจักขุญาณจากกสิณ และทิพจักขุญาณจากมโนมยิทธิแบบนะมะพะธะนั้นง่ายกว่าการถอดจิตแบบอภิญญาใหญ่ค่ะ

สรุปว่าเริ่มขั้นต้นจากสมถกรรมฐานก่อนค่ะ
แล้วฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในฌานสี่อย่างที่สุด
(ควรฝึกควบคู่กับวิปัสสนากรรมฐานนะคะ เพราะจะช่วยให้พื้นใจสงบรำงับได้เร็วด้วย)

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 04:58 PM
อนุโมทนานะคะ หนูเพิ่งเรื่มฝึกสมาธิมาได้เดือนกว่า ยังไม่คืบหน้าไปไหนเท่าไร แต่เมื่ออ่านกระทู้ต่างๆ รวมทั้งของคุณพี่แล้ว ทำให้รู้สึกว่ายังไงก็ตามต้องพยายามไปนิพานในชาตินี้ให้ได้ และการฝึกมโนมยิทธิเปนสิ่งที่หนูควรจะฝึกอย่างยิ่ง หนูคิดนะคะ และหนูก็ตั้งใจว่าจะไปฝึกที่บ้านซอยสายลมวันเสาร์และอาทิตย์ต้นเดือนสิงหานี้ และต่อจากนั้นหนูจะขอคำแนะนำจากพี่นะคะ ขอบคุณค่ะ
โมทนาค่ะ ขอให้มีกำลังใจฝึกจิตปฏิบัติธรรมเพราะเป็นการทำดีแก่ตนเองโดยตรง
พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 05:33 PM
เรียนถาม คุณณฐมณฑ์ ไม่ทราบว่า ใช้เวลานานกี่ปีตั้งแต่เริ่มฝีกครับ ถึงทำได้ขนาดนี้
มีอาจารย์ท่านใดชี้แนะครับ?
ขอเรียนคุณอายุรเวทว่า...
ก่อนหน้านี้ดิฉันไม่ค่อยกล้าเล่าประวัติเท่าไร เพราะดูจะเหมือนว่าเกินจริงไป
แต่เพื่อเป็นกำลังใจแด่ท่านที่สนใจ ก็จะตอบคำถามนี้ค่ะ
ซึ่งรับรองว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงทุกตัวอักษรค่ะ

ดิฉันเริ่มฝึกอานาปานสติเป็นกองแรกเมื่อช่วงอายุสิบกว่าปีค่ะ
เพราะเป็นกรรมฐานที่คนทั่วไปนิยม ดิฉันจึงรู้จักอานาปานสติก่อนกสิณ
ส่วนใหญ่ตอนนั้นจะฝึกก่อนนอนเพราะทำกรรมฐานแล้วช่วยให้หลับลึกขึ้นด้วยค่ะ

และดิฉันก็ได้ฌานสี่และญาณจากอานาปานสติก่อน
(เอ...ถ้าจะนับการฝึกครั้งแรกสุดจริงๆ ครั้งเดียวนั้น
เป็นการกสิณแสงสว่างโดยบังเอิญค่ะ
และข้ามไปถึงอรูปฌานโดยที่ยังไม่รู้จักว่าเรียกว่าอะไร
ครั้งนั้น ดิฉันอธิษฐานต่อพระพุทะองค์ก่อนทำสมาธิว่า...
"หากตนมีวาสนาทางนี้
ขอให้เกิดปรากฏการณ์ที่ให้แน่ใจว่าดิฉันจะฝึกต่อไปได้ถึงสมาธิระดับสูง")

หลังจากครั้งแรกที่คล้ายว่าบังเอิญฝึกกสิณแสงสว่าง
ต่อมาก็ฝึกอานาปานสติมาเรื่อยๆ
ฝึกแรกๆ ก็ไม่มีครูโดยตรงค่ะ รู้แต่ว่าฝึกทำใจในสมาธิให้เป็นหนึ่ง
ต่อมาก็ฝึกยุบหนอ-พองหนอจากพระวิปัสสนารูปหนึ่ง

ต่อมาฝึกกสิณแสงสว่าง
โดยกสิณแสงสว่างฝึก 3 วันก็สำเร็จ
เพราะมีทุนมาจากการฝึกฌานของอานาปานสติแล้ว
และต่อมาก็กสิณกองอื่นๆ จนครบทั้งสิบกอง
โดยตั้งใจว่าจะฝึกกสิณเพื่อเป็นฐานในการฝึกอรูปฌานด้วยค่ะ

ครูเกือบทั้งหมดคือตำราของหลวงพ่อฤาษีฯ ค่ะ
เนื่องจากอ่านแล้วฝึกด้วยตนเองตามตำราหลวงพ่อ
ซึ่งคำสอนของหลวงพ่อเข้าใจได้ง่าย และสอนครบถ้วนแล้วค่ะ

ครูนอกจากนี้คือพระสงฆ์บางรูป
มีนิมิตรเกี่ยวกับอดีตชาติมาสอนเทคนิคกรรมฐานบ้าง
ครูบาอาจารย์มาโปรด มาสอนในนิมิตรบ้าง
ได้ความรู้จากการแลกเปลี่ยนความรู้กับกัลยาณมิตร หรือถามผู้รู้บ้าง
จากการค้นคว้าจากตำราอื่นๆ บ้าง
และจากประสบการณ์กรรมฐานที่ฝึกไปแล้วค้นพบบางเทคนิคโดยธรรมชาติ แล้วนำเทคนิคที่พบมาสอนตนเองค่ะ

จึงขอเรียนทุกท่านที่มีตำราของหลวงพ่อฤาษีฯ นะคะว่า...
ท่านกำลังมีครูดีอยู่ใกล้ๆ ตัวแล้วนะคะ
ขอให้พยายามอย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือตนเองมากๆ และขอให้มีอิทธิบาทสี่ค่ะ
เมื่อทำเหตุให้เกิดขึ้น ผลย่อมตามมาเป็นธรรมดา

ขอให้เจริญในธรรมกันถ้วนหน้านะคะ

torelax9
27-07-2005, 05:34 PM
สวัสดีครับ ผมสมาชิกใหม่ได้เดือนหนึ่งแล้ว ( น้องใหม่ลืมรายงานตัว)

[b-wai] เป็นทางการ พี่ ณฐมณฑ์ (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=130) และพี่ๆ ทุกท่านครับ

ผมชอบกระทู้ อานาปานสติ กระทู้ กสินฌาน 4 และ กระทู้ถอดจิต รอ Update ตลอดครับ

ตัวผมเริ่มฝึกสมาธิได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ฝึกอานาปานสติ สั่งสอนด้วยนะครับ

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 05:53 PM
สวัสดีครับ ผมสมาชิกใหม่ได้เดือนหนึ่งแล้ว ( น้องใหม่ลืมรายงานตัว)

[b-wai] เป็นทางการ พี่ ณฐมณฑ์ (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=130) และพี่ๆ ทุกท่านครับ

ผมชอบกระทู้ อานาปานสติ กระทู้ กสินฌาน 4 และ กระทู้ถอดจิต รอ Update ตลอดครับ

ตัวผมเริ่มฝึกสมาธิได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ฝึกอานาปานสติ สั่งสอนด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะน้องtorelax9
วันนี้พี่กับพี่ปาริสัชชาได้อัพเดตกระทู้กสิณแสงสว่างได้หลายหัวข้อย่อยแล้วค่ะ
http://202.57.162.77/board/showthread.php?t=1625&page=9

และคาดว่าน่าจะเขียนจบครบถ้วนกระบวนความของวิธีการฝึกกสิณแสงสว่างตามความตั้งใจได้ในคืนนี้ค่ะ
ขอโมทนากับใจที่สนใจใฝ่ธรรมนะคะ

buddy
27-07-2005, 07:14 PM
ขอบคุณคุณณฐมณฑ์นะคะที่เข้ามาให้ความกระจ่างเรื่องที่สงสัยมานานแล้ว เพราะตัวเองก็มีอาการแบบนี้หลายครั้งแต่ละครั้งมักจะเป็นเวลาที่เหนื่อยมากๆหลังจากทำงานหักโหม หรือเวลาหลับแบบสบายใจมากๆ หลับๆอยู่ก็เป็นขึ้นมาเฉยๆ ครั้งแรกนี่ลอยขึ้นไปเองเหมือนควบคุมไม่ได้เลยค่ะ ครั้งแรกๆกลัวมากค่ะ หลังๆกลัวตายน้อยลง แต่ยังกลัวเจอผีมาก โชคดีที่ไม่เคยเจอเลย
ก้อเลยพยายามคุมๆไว้ ไม่ให้แยกออกไป สงสัยว่าถ้าเราออกไปเจอวิญญาณอื่นนี่เขาสามารถทำอันตรายเราได้ไหมคะ แล้วควรทำไงดีคะ

ณฐมณฑ์
27-07-2005, 07:43 PM
ขอบคุณคุณณฐมณฑ์นะคะที่เข้ามาให้ความกระจ่างเรื่องที่สงสัยมานานแล้ว เพราะตัวเองก็มีอาการแบบนี้หลายครั้งแต่ละครั้งมักจะเป็นเวลาที่เหนื่อยมากๆหลังจากทำงานหักโหม หรือเวลาหลับแบบสบายใจมากๆ หลับๆอยู่ก็เป็นขึ้นมาเฉยๆ ครั้งแรกนี่ลอยขึ้นไปเองเหมือนควบคุมไม่ได้เลยค่ะ ครั้งแรกๆกลัวมากค่ะ หลังๆกลัวตายน้อยลง แต่ยังกลัวเจอผีมาก โชคดีที่ไม่เคยเจอเลย
ก้อเลยพยายามคุมๆไว้ ไม่ให้แยกออกไป สงสัยว่าถ้าเราออกไปเจอวิญญาณอื่นนี่เขาสามารถทำอันตรายเราได้ไหมคะ แล้วควรทำไงดีคะ

ช่วยเล่ารายละเอียดด้วยนะคะ
เชื่อว่ามีอีกหลายท่านสนใจอยากอ่านค่ะ

buddy
27-07-2005, 08:23 PM
คือว่าตัวดิฉันเองเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งนะคะ ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์แล้วกันนะคะ +ขอคำชี้แนะด้วยนะคะ ประมาณ 7ปีก่อน ดิฉันได้พบหนังสือเกี่ยวกับการถอดจิตตามแนวทางของสมเด็จโตซึ่งคุณแม่ได้จากงานศพเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยอ่าน ลองปฏิบัติอยู่ประมาณ 2-3อาทิตย์ รู้สึกถึงจุดตึงเสียวกลางหน้าผากแต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ต่อมาเรียนหนักก็ไม่ได้ฝึกอีก วันหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน อ่านหนังสือนอนดึก ประมาณตี2 นอนไป10นาที รู้สึกมีกระแสไฟฟ้าวิ่งทั่วตัวไปรวมที่หน้าผากแน่นไปหมด เหมือนความรู้สึกทั้งหมดไปรวมที่หน้าผาก แล้วรู้สึกว่าตัวค่อยๆลอยขึ้นไปเรื่อยๆในท่านอน หมดความรู้สึกที่กายเนื้อ เบามาก หมุนด้วย กลัวรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ที่หัว เหลือบไปมองเห็นพระพุทธรูปสีทอง องค์ใหญ่ ก็สบายใจแต่ไม่นานก็กลัวขึ้นมาอีก ก็เลยกลับ หลังจากนั้นอาการมักจะเป็นอีกเวลาที่ทำงานเหนื่อย
แล้วไปนอน คือนอนเหมือนหมดห่วง แต่ครั้งหลังๆรู้เลยว่าความรู้สึกตอนออกไม่ชัดเจนเหมือนครั้งแรก คือออกไม่หมด แล้วก็เป็นคนกลัวผีมากด้วย ช่วงหลังๆพอตัวรู้ว่ามีอาการอีก
พยายามไม่แยกออกไป คือความรู้สึกเหมือนว่าถ้าลุกขึ้นนั่งเราก็จะออกได้แต่ไม่ออก แต่จะพิสูจน์โดยบางครั้งยกแขนขึ้นก็เห็นเป็นแขนใสๆ เหมือนน้ำปนน้ำมัน แต่ครั้งหลังนี่เห็นสีเหลืองค่ะ พิมพ์ซะยาวยืด ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องขออภัยด้วยนะคะ

KomAon11
27-07-2005, 08:56 PM
ผมขอร่วมแจม.. ด้วยคน

... เป็นสิ่งที่ดีครับ ... ที่ได้เจอพระพุทธรูปสีทอง นับว่าเป็นมงคล ..

... ก็คงเป็นการถอดจิตแหละครับ ..เท่าๆที่อ่าน และคงมีครูบาอาจารย์ที่ไม่ใช่คน มาช่วยดึงจิตให้ครับ

โมทนาด้วยครับ

UFO99
27-07-2005, 09:09 PM
อนุโมทนาด้วยครับ อาจารย์เดียวกัน พรรษาแรกผมก็ฝึก ตามหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน ครับ
ที่ผมฝึกกับอาจารย์ผมนั้น ก่อนผมจะมาบวช 4 ปีครับ แล้วมาฝึกตามหนังสือประวัติหลวงพ่อปานในโบสท์ทีหลังครับ
ฝึกตามหนังสือหลวงพ่อฤาษีลิงดำดีมากเลยครับ ขออนุโมทนาบุญกับ คุณณฐมณฑ์ด้วยครับ

ดาวหางสีเงิน
28-07-2005, 10:08 AM
ผมเองก็เคยมีประสบการณ์เหมือนๆจะถอดจิตครับ ไม่รู้จะใช่รึเปล่า

ช่วง3-4เดือนที่แล้ว ผมเองก็ลองปฏิบัติหลายๆวิธี
แล้วเกิดความสับสนครับ แฮะๆ ^^'
เลยกลายเป็นเอามา mix กันมั่วซั่วทำให้มันไปไม่ถึงไหนเลย

จนมาวันหนึ่งผมเองมีปัญหากับทางบ้านแต่ก็คุมสติอยู่ครับ
แต่ตอนนั้นมีความรู้สึกอยากปิดตัวเอง ก็เลยขังตัวเองในห้อง
ปิดไฟมืดๆ แล้วก็นอนหลับไป

มารู้สึกตัวอีกที(ไม่ได้ฝัน)
เหมือนกับว่า ลึกลงไปจากกลางหน้าผาก กำลังหมุนเหมือนถูกสว่านกำลังเจาะอยู่(แต่ไม่เจ็บนะครับ)
คือ หมุนแล้วรู้สึกมันส์มาก 555 ^^'
หูก็อื้อๆ มีความรู้สึกว่าเหมือนเครื่องบินกำลังจะขึ้นหรือว่าจรวดกำลังถูกปล่อยออกจากฐานครับ ประมาณ๕ว่า (วื้ดดดดดดดดดดดดดดด...ดดด...)

ในตอนนั้นผมพยายามทำจิตให้นิ่งที่สุดครับ
อาการนั้นมันชัดขึ้นในขณะที่ผมกำหนดลมหายใจให้แผ่วเบาและช้าลง
คือเสียงที่เหมือนเครื่องยนต์นั่นมันจะดังขึ้นเหมือนเหยียบคันเร่งนะครับ

จากที่เคยอ่านหนังสือถอดจิตของหลวงปู่โต ก็เลยลองทำตามดู
โดยการเลื่อนจุดที่รู้สึกหมุนๆลงไปที่ท้ายทอยครับ

ในใจตอนนั้นคิดว่ายังไงก็คงไม่มีทางสำเร็จ เพราะรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของผมยังครบถ้วนครับ
ไม่ได้เข้าสู่ระดับฌานเลยด้วยซ้ำไป ไต่ๆอยู่แค่อุปจารฯนะครับ
หัวใจก็เต้นแรง แต่ไอ้เจ้าเสียงเครื่องยนต์นั่นกับอาการหูอื้อมันก็ยังชัดเจนอยู่
(ไม่ได้มีเสียงอะไรเล็ดลอดเข้ามาในห้องนะครับ เสียงมันอยู่ในหัว)

ก็เลยพยายามทำใจมันหยุดเต้น เอ๊ย หยุดตื่นเต้นครับ
ก็กลัวว่าอาการนี้มันจะหายไป เลยเกร็งๆนิดๆ เหมือนกับไปเร่งมัน
จากนั้นซักพักรู้สึกว่ากำลังลอยขึ้นครับ( อาจจะเป็นปิติก็ได้ครับ )
ขณะที่กำลังลอยขึ้น เกิดความรู้สึก กลัวตายครับ
กลัวว่าถ้าออกไปแล้วจะมีอะไรเข้ามาแทนที่เรา
ก่อนจะนอนก็ไม่ได้สวดมนต์ ทำกรรมฐานหรือว่าอะไรเลยซักนิด
แล้วรู้สึกว่าเหนื่อยมากๆก็เลยกลั้นใจแล้วลุกขึ้นนั่งเลยครับ

ก็เหงื่อท่วมตัวเลยครับ แล้วก็ปวดหัวมากๆนอนต่อไม่ได้แล้ว
หัวใจก็ยังเต้นแรงอยู่ ก็เลยต้องหาอย่างอื่นทำหละครับ

แฮะๆ มาเล่ามีแต่น้ำทั้งนั้นเลยครับ ยังกะหนังการ์ตูน
ก็ถือว่าแชร์ประสบการณ์นะครับ ใครจะเคยมีอาการแบบผมบ้างครับเนี่ย

KomAon11
28-07-2005, 10:31 AM
... หมดความรู้สึกที่กายเนื้อ เบามาก หมุนด้วย ..

.......... ที่หมุนๆ อาจจะเพราะยังไม่ชำนาญครับ ทำบ่อยๆ เดี๋ยวกำลังจิตดีขึ้น มันก็เลิกหมุนเอง

Ayuraveda
28-07-2005, 11:07 AM
เป็นความกรุณาของคุณณฐมณฑ์ ที่ช่วยชี้แนะผู้มาใหม่
คำตอบในกระทู้ของคุณ เป็นประโยชน์มาก ทั้งยังช่วยเป็นกำลังใจ ให้มีความเพียรพยายามต่อไป
การอ่านคำตอบของคุณช่วยขจัดนิวรณ์ได้อย่างดีทีเดียว

ตอนเด็ก ๆ เคยฝันว่าไปวัดไหนสักแห่ง
พอญาติพาไปเที่ยววัดพระพุทธชินราช พิษณุโลกถึงได้รู้ว่า เราเคยมาในฝันนี่
โดยส่วนตัวรู้สึกผูกพันกับพระองค์ดำมาก สักวันหนึ่งคงได้ไปพบท่านบนสวรรค์บ้าง

ผมยังได้แค่ขณิกสมาธิอยู่เลยครับ มีบางวันที่เหมือนถอดจิตผ่านช่องออกไปได้แป๊บนึง
เมื่อวานนี้ นิมิตเห็นมือเด็กแบอยู่ ไม่รู้เค้าตามมาทวงผมหรือป่าวน่ะ?

ปราณยาม
28-07-2005, 12:14 PM
อนุโมทนากับคุณณฐมณฑ์ ด้วยนะครับ อ่านแล้วเป็นกำลังใจในการปฏิบัติเพิ่มครับ ยังไงถ้ามีเรื่องเพิ่มเติมรบกวนเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ

นายฉิม
28-07-2005, 02:28 PM
โห แต่ละคนมีประสปการณ์น่าประทับใจทั้งนั้นเลย ไอเราตอนนี้ทำไรอยู่ฟ่ะเนี่ยะ
ขอตบหัวตัวเองสักทีเหอะ ป้าบๆๆๆ โง่จริงๆๆ นี่แน่ะๆๆ ตื่นมาดูชาวบ้านเขาซะที นี่แน่ะๆๆ

ปาริสัชชา
28-07-2005, 02:55 PM
คือว่าตัวดิฉันเองเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งนะคะ ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์แล้วกันนะคะ +ขอคำชี้แนะด้วยนะคะ ประมาณ 7ปีก่อน ดิฉันได้พบหนังสือเกี่ยวกับการถอดจิตตามแนวทางของสมเด็จโตซึ่งคุณแม่ได้จากงานศพเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยอ่าน ลองปฏิบัติอยู่ประมาณ 2-3อาทิตย์ รู้สึกถึงจุดตึงเสียวกลางหน้าผากแต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ต่อมาเรียนหนักก็ไม่ได้ฝึกอีก วันหนึ่งหลังจากนั้นไม่นาน อ่านหนังสือนอนดึก ประมาณตี2 นอนไป10นาที รู้สึกมีกระแสไฟฟ้าวิ่งทั่วตัวไปรวมที่หน้าผากแน่นไปหมด เหมือนความรู้สึกทั้งหมดไปรวมที่หน้าผาก แล้วรู้สึกว่าตัวค่อยๆลอยขึ้นไปเรื่อยๆในท่านอน หมดความรู้สึกที่กายเนื้อ เบามาก หมุนด้วย กลัวรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ที่หัว เหลือบไปมองเห็นพระพุทธรูปสีทอง องค์ใหญ่ ก็สบายใจแต่ไม่นานก็กลัวขึ้นมาอีก ก็เลยกลับ หลังจากนั้นอาการมักจะเป็นอีกเวลาที่ทำงานเหนื่อย
แล้วไปนอน คือนอนเหมือนหมดห่วง แต่ครั้งหลังๆรู้เลยว่าความรู้สึกตอนออกไม่ชัดเจนเหมือนครั้งแรก คือออกไม่หมด แล้วก็เป็นคนกลัวผีมากด้วย ช่วงหลังๆพอตัวรู้ว่ามีอาการอีก
พยายามไม่แยกออกไป คือความรู้สึกเหมือนว่าถ้าลุกขึ้นนั่งเราก็จะออกได้แต่ไม่ออก แต่จะพิสูจน์โดยบางครั้งยกแขนขึ้นก็เห็นเป็นแขนใสๆ เหมือนน้ำปนน้ำมัน แต่ครั้งหลังนี่เห็นสีเหลืองค่ะ พิมพ์ซะยาวยืด ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องขออภัยด้วยนะคะ

ดูจากอายุคุณตอนนี้ 16 และเมื่อ 7 ปีก่อน คุณอายุ 9 ขวบ ... ตอน 9 ขวบคุณอ่านหนังสืออย่างนี้เลยหรือครับ ช่างน่าทึ่งจังเลย!

exhaust
28-07-2005, 04:00 PM
ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับที่มาแชร์ประสบการณ์
ผมเพิ่งเป็นสมาชิกที่นี่ก็ขอความกรุณาจากพี่พี่น้องน้องในที่นี้ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมเองนั้นประสบการณ์ยังอ่อนมาก
ยังไม่สามารถกำจัดนิวรณ์จนเป็นสมาธิได้เลย
และหลาย ๆ ครั้งที่ความง่วงครับมากวนใจครับ
เลยรู้สึกเหมือนเดินย่ำอยู่กะที่ครับ
เอ..เหมือนมาระบายความรู้สึกยังไงไม่รู้
ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยกับทุกคนนะครับ
และก็จะติดตามอ่านกระทู้ของคุณณฐมณฑ์ครับ เป็นประโยชน์มากครับ

ณฐมณฑ์
28-07-2005, 04:54 PM
ดิฉันเองเคยทำสมาธิแล้วรู้สึกว่าตัวลอยเหมือนกัน (ปิติ)
แต่เมื่อต่อมามีประสบการณ์จิตถอดออกจากร่างทั้งหมด
ก็พบว่ามีอาการต่างกันอยู่ค่ะ
แบบแรกจะรู้สึกเบา โปร่ง มีไฟฟ้าอ่อนๆ คลุมร่าง
ในขณะที่การถอดจิตนั้น จิตไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิงค่ะ

มีอะไรมาเล่าเพิ่มนิดหน่อย แต่ไม่ใช่เรื่องการถอดจิตแบบอภิญญาใหญ่หรอกนะคะ
จะเล่าถึงการฝึกมโนมยิทธิแบบนะมะพะธะนั่นเองค่ะ
ช่วงนี้ (ช่วงเข้าเว็บพลังจิต) ดิฉันมักจะฝึกกรรมฐานตอนตื่นใหม่ๆ
เพราะร่างกายสดชื่นหลังจากได้หลับพักผ่อน
หลังๆ มานี้ ก่อนนอนจะเหนื่อยจนหลับคาญาณตอนนอนฝึกค่ะ
เลยได้ฝึกเป็นงานเป็นการช่วงเช้าเป็นหลัก

(ช่วงฝึกกรรมฐานแรกๆ ในชีวิต มักจะฝึกก่อนนอน เพราะอยากหลับสนิทด้วย
ส่วนเมื่อปีก่อนๆ ฝึกวันละ 2-3 ครั้ง หรือมากกว่านั้นตามสะดวก
โดยฝึกตอนหลังตื่นใหม่ๆ กับก่อนนอนเป็นประจำด้วยค่ะ)

เมื่อวานฝึกมโนมยิทธิ กำลังใจอ่อน คือใจเฉยๆ ก็จริง
แต่เฉยแบบแห้งๆ ไม่ชุ่มชื่นใจดังเคย
จึงแวะไปกราบท่านปู่พระอินทร์ที่ดาวดึงส์ก่อน
ก่อนที่จะไปตั้งอารมณ์ใจชำระจิตที่พระนิพพานค่ะ

ท่านปู่พระอินทร์ประทานโอวาทด้วยท่าทีเมตตาว่า...
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต เรามีหน้าที่รักษาใจเราเป็นหลัก"

ขณะพิมพ์อยู่นี้ก็นึกถึงฝันอันหนึ่งนะคะ
ในปีก่อนที่ดิฉันจะฝึกทิพจักขุญาณ
มีพระพุทธรูปองค์สีทองมาโปรดในฝันค่ะ
(ต่อมาเห็นภาพในเน็ตจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวกับ
พระประธานวัดมหาธาตุ
ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดศรีสรรเพ็ชร์ อยุธยา
ดิฉันมีอดีตชาติที่เกี่ยวพันกับวัดศรีสรรเพ็ชรค่ะ)
พระพุทธรูปในฝันตรัสว่า...
" อีกไม่นาน เจ้าจะได้รู้ในสิ่งที่เจ้าอยากรู้
เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าจงประคองใจให้ดี"

ดิฉันมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เตือน 2 ครั้งแล้วในเรื่อง
การรักษาใจให้ผ่องแผ้ว
และทั้งเรื่องให้ไม่เพลี่ยงพล้ำใจไปกับ
สถานการณ์ต่างๆ นานาที่ยั่วยุกิเลสหลังจากที่ได้ทิพจักขุญาณ

หลายๆ ครั้งดิฉันมักจะนึกว่า...
"คนทุกคนมีกรรมอยู่เบื้องหลังจากอดีตและอดีตชาติทั้งสิ้น
รวมถึงเราด้วย
บ้างก็เป็นกุศลกรรม บ้างก็เป็นอกุศลกรรม
กรรมใดต้องชดใช้ก็ต้องชดใช้ไป
แต่เราจะไม่ทำบาปเพิ่มอีกแล้ว
เมื่อเราปรารถนาพ้นทุกข์
เราต้องขัดเกลาใจตนให้เบาลงเท่านั้น
อย่าแสวงเครื่องหนักมาถ่วงอีกเลย..."

ดิฉันต้องพยายามเตือนใจตน
เพราะว่าดิฉันเองยังไม่สิ้นกิเลส
ยังมีความหงุดหงิดรำคาญใจอันเป็นส่วนหนึ่งของความโกรธ
(แต่ก็ไม่โกรธใครนาน)
เมื่อมีอารมณ์กระทบกระทั่งรำคาญ
ก็เห็นว่าใจตนกำลังหมองมัวอยู่
ดิฉันซักฟอกใจวิธีหนึ่งด้วยการฝึกมโนมยิทธิ
ไปทรงอารมณ์ที่พระนิพพานค่ะ
ไปดูว่าจิตที่พระนิพพานสงัด เย็นชื่นอย่างไร
โลกมนุษย์วุ่นวายอย่างไร
ใจเราในโลกมนุษย์เป็นอย่างไร
พระนิพพานปราณีตอย่างไร
ร่างกายสัตว์โลก รวมถึงร่างกายตนเองหยาบ
และไม่น่ายึดเหนี่ยวอย่างไร
จะพยายามฝึกพิจารณาไปเรื่อยๆ จะเห็นถึงไตรลักษณ์
และมรณานุสติด้วยการพิจารณาประมาณนี้ค่ะ

ข้อความนี้ดิฉันก็เล่าไปเรื่อย...

ณฐมณฑ์
28-07-2005, 05:02 PM
เมื่อท่านใดก็ตามฝึกมโนมยิทธิได้อย่างหนึ่ง
นำจิตไปท่องภพต่างๆ แล้วพิจารณาข้อธรรม
ก็จะเท่ากับได้กรรมฐานหลายกองในคราวเดียวค่ะ

buddy
28-07-2005, 05:55 PM
คือว่าจริงๆแล้ว 25แล้วค่ะ สงสัยผิดพลาดตอนลงวันเดือนปีเกิดลงมั่ว ไม่ได้เจตนาจะโกหกหรอกค่ะ
ขอโทษด้วย เป็นใครก็ต้องงง อายุ 9 ขวบ อ่านหนังสือยังไม่แตกเลย 555

ดาวหางสีเงิน
28-07-2005, 06:03 PM
ขอบคุณพี่ณฐมณฑ์ครับ
ตอนนี้มีกำลังใจจะเริ่มใหม่อีกครั้ง หลังจากที่หยุดไปนานเพราะกายและใจไม่พร้อมจะลุย

ตอนนี้ขอไปงีบก่อนครับ จะได้ไม่หลับในอีก
แฮะๆ ^^'

KomAon11
28-07-2005, 06:30 PM
กักๆๆ ..เจ้าอั้มหลับอีกแล้วครับท่าน

ณฐมณฑ์
28-07-2005, 06:42 PM
คือว่าจริงๆแล้ว 25แล้วค่ะ สงสัยผิดพลาดตอนลงวันเดือนปีเกิดลงมั่ว ไม่ได้เจตนาจะโกหกหรอกค่ะ
ขอโทษด้วย เป็นใครก็ต้องงง อายุ 9 ขวบ อ่านหนังสือยังไม่แตกเลย 555
มีอะไรจะถามคุณนิดนึงค่ะ
ไม่แน่ใจว่าที่เห็นเป็นคุณบัดดี้หรือเปล่านะคะ
คือ เมื่อคืนผุดเห็นสมาชิกหญิงของพลังจิตท่านหนึ่งค่ะ
คิดว่าเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ที่ดิฉันเกี่ยวข้องด้วย
ลองถามคุณดูแล้วกันนะคะ...

ดิฉันผุดเห็นผู้หญิงผิวขาว หรือขาวเหลือง
วัยสาวประมาณสามสิบ บวก/ลบ 5 ปี
สวมกางเกงทะมัดทะแมงประมาณกางเกงยีนส์ (จำไม่ถนัดค่ะ)
เสื้อแนวกลางๆ อาจจะแบบเสื้อโปโล หรือประมาณว่า
เสื้อไม่ถึงกับหวานแบบผู้ยิ้งผู้หญิงค่ะ
ใบหน้าค่อนข้างกลม หรือมีแก้ม ผมซอยสั้น
เดินอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนอื่นบริเวณนั้นด้วย

ถ้าใช่คุณบัดดี้นะคะ
คุณหน้าตาดี หรือหน้าตาน่าคบอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ
ดิฉันแว่บเห็นแค่วินาทีเดียวค่ะ
(ไม่ได้กำหนดจิต จึงไม่แน่ใจว่าท่านใด
แต่ต้องเป็นสมาชิกที่เกี่ยวข้องกันในกระทู้ที่ดิฉันตอบแน่ๆ ค่ะ)

ขอเรียนทุกท่านนะคะ
เนื่องจากในเมล์และpm มีหลายท่านให้ดิฉันพยากรณ์เรื่องต่างๆ เรื่อยมา
ดิฉันไม่รับพยากรณ์ท่านใดนะคะ
หลวงพ่อห้ามรับพยากรณ์ค่ะ

KomAon11
28-07-2005, 07:00 PM
คนดังอยู่ยาก คนบ้าอยู่ง่าย อิอิ

buddy
29-07-2005, 07:49 PM
ตามที่คุณณฐมณฑ์ถาม ดิฉันเป็นคนผิวขาวค่ะ หน้ากลมมีแก้ม เป็นลักษณะเด่นเลยค่ะ ลักษณะการแต่งตัว เวลาไปเที่ยวหรือซื้อของ ใส่กางเกงยีนส์กับ เสื้อยืดคอกลมพอดีตัวไม่คับไม่หลวม แต่งตัวแบบนี้ตลอดค่ะ ก่อนนี้สมัยตั้งแต่เด็กจนถึงม ปลายใว้ผมสั้นแต่ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ ไว้ผมยาวค่ะ เรื่องหน้าตาดีนี่ ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ ถ้าใช่ดิฉันก็ดีสิคะ 555 ดิฉันได้อ่านกระทู้ลาของคุณณฐมณฑ์กับคุณปาริสัชชาแล้ว ถึงแม้ดิฉันยังไม่ได้รู้จักกับคุณดี แต่ดิฉันได้ติดตามอ่านกระทู้คุณมาเป็นเวลานานรู้สึกได้ถึงความเสียสละและไมตรีจิตของทั้งสองท่าน ทำให้ดิฉันเข้าใจในหลายเรื่องและทำให้เกิดความรู้สึกอยากที่จะปฏิบัติกรรมฐาน ดิฉันขออวยพรให้คุณได้สำเร็จกิจตามที่ปรารถนา และขอให้คุณทั้งสองอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ โมทนากับสิ่งดีๆที่คุณได้ทำค่ะ

tamsak
01-08-2005, 10:35 AM
เข้ามาอ่านกระทู้นี้ช้าไปหน่อยนึง... แต่ก็ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานกับคุณณฐมณฑ์ด้วยนะครับ

ผไท
02-08-2005, 07:14 PM
ตามที่คุณณฐมณฑ์ถาม ดิฉันเป็นคนผิวขาวค่ะ หน้ากลมมีแก้ม เป็นลักษณะเด่นเลยค่ะ ลักษณะการแต่งตัว เวลาไปเที่ยวหรือซื้อของ ใส่กางเกงยีนส์กับ เสื้อยืดคอกลมพอดีตัวไม่คับไม่หลวม แต่งตัวแบบนี้ตลอดค่ะ ก่อนนี้สมัยตั้งแต่เด็กจนถึงม ปลายใว้ผมสั้นแต่ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ ไว้ผมยาวค่ะ เรื่องหน้าตาดีนี่ ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ ถ้าใช่ดิฉันก็ดีสิคะ 555 ดิฉันได้อ่านกระทู้ลาของคุณณฐมณฑ์กับคุณปาริสัชชาแล้ว ถึงแม้ดิฉันยังไม่ได้รู้จักกับคุณดี แต่ดิฉันได้ติดตามอ่านกระทู้คุณมาเป็นเวลานานรู้สึกได้ถึงความเสียสละและไมตรีจิตของทั้งสองท่าน ทำให้ดิฉันเข้าใจในหลายเรื่องและทำให้เกิดความรู้สึกอยากที่จะปฏิบัติกรรมฐาน ดิฉันขออวยพรให้คุณได้สำเร็จกิจตามที่ปรารถนา และขอให้คุณทั้งสองอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ โมทนากับสิ่งดีๆที่คุณได้ทำค่ะ

อยากถามเรื่องทรงผมของคุณ Buddy ไม่ทราบว่าคุณ Buddy ไว้ผมยาวแต่ชอบมัดผมบ่อยหรือเปล่าครับ เวลามองทางด้านหน้าในเวลาส่องกระจกจะดูเหมือนคนไว้ผมสั้น ลักษณะเป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ

buddy
07-08-2005, 01:29 PM
ตอบคุณผไท ผมดิฉันยาวมากก็เลยมัดไว้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าดูกระจกแล้วเหมือนผมสั้นหรือเปล่านะคะ ขอโทษที่ตอบช้านะคะพักนี้ยุ่งๆหน่อยค่ะ

penkonthai
17-08-2005, 08:28 PM
ขออนุโมทนา ด้วยครับ

pat3112
01-09-2005, 05:10 PM
โมทนาสาธุ พี่ทุกคนนะครับ

goldenfarm
02-02-2006, 04:51 PM
update soon na krubb.....

mikky
09-02-2006, 08:50 PM
ผมคิดว่าคุณนฐมนต์ปรารถนาให้จบกิจพระพุทธศาสนาในแบบปฏิสัมภิทาญาณ ขอให้สำเร็จในชาตินี้ และขออนุโมธนาด้วยครับ ..สาธุ

แม่นายมล
09-02-2006, 09:19 PM
ขอโมทนา สาธุด้วยคน

Water Lily
17-05-2006, 09:55 PM
อนุโมทนาด้วยค่ะพี่

Bluemind
09-06-2006, 04:47 AM
อนุโมทนา สาธุค่ะ

hitman
09-06-2006, 10:44 PM
หวาดดีครับ พอดีผมก็ฝึกอานาปานุสสติอยู่ ก็พอเข้าฌาณ3 ได้แต่ไม่ค่อยมั่นใจแล้วก็ได้ฌาณ4หยาบบ้างเป้นบางครั้งครับ แล้วฌาณ1กับฌาณ2 ก้พอทรงตอนทำธุระบ้าง คนอื่นเห้นนั่งเฉยจนบางทีเขานึกว่าผมหลับครับ แต่เมื่อคืนก่อนนอนผมทรงฌาณในอานาปานุสสติ แล้วหลับไปพอตื่นมา ก็พลิกตัวจะหลับต่อ แล้วอยู่กับฌาณ3ครับ เเล้วผมได้ยินเสียงเล็กๆ เบาๆ เบาและเล็กมากด้วยครับ ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน เป็นเสียงเล็กๆเบามากๆๆๆ จนเหมือนว่าจะเป็นเสียงเด็กก็ไม่ใช่ จะเหมือนว่าเป็นเสียงผู้หญิงไม่ใช่ จะว่าเสียงคล้ายกับผู้ชายก็ไม่ใช่ แต่ความรุ้สึกของจิตขณะนั้น เหมือนกับว่า ไม่ใช่ผู้หญิงหรือเด็กอ่าครับ แล้วจิตรู้อีกว่าคล้ายๆมีสองคนคุยกันผมก็พยายามจับฟังเขาพูดนะครับ แต่ฟังไม่ถนัดเพราะว่า เบามากๆๆๆ และเสียงเล็กมากพอผมเริ่มสงสัยลังเลเลยเกิดนิวรณ์ออกจากฌาณเอง เสียงนั้นก้หายไป ไม่ทราบว่าเป้นเสียงมาจากไรครับ

hitman
09-06-2006, 10:59 PM
อย่าว่าผมมั่วว่าได้ฌาณนะครับเพราะผมฟังคำสอนเรื่องอานาปานุสสติของหลวงพ่อฤาษีหลายครั้งแล้ว แล้วพอได้ฟังที่หลวงพ่อท่านว่าท่านสอนก็คือใช่หมดทุกอย่างเลย ที่เคยเป้นก่อนฟังจากท่าน ผมฟังจาก mp3 ของท่านอ่าครับ ทั้งตกฌาณ จับลมสามฐาน ผมเป็นมาหมดแล้ว เรื่องลักษณะฌาณ3 ก็เคยเป็นฯลฯ

นุ่น
11-06-2006, 01:43 PM
อืมดีจัง คราวหลังถ้าไปวัดน๊ะคุณณฐมณฑ์ ลองนั่งในโบสท์เลยครับ ในนั้นสงบดี
และถ้าอยากทำได้อีกวิธี ผมอยากให้คุณ ณฐมณฑ์ ทำขัน 5 ก็จะมี ดอกไม้สีขาว 1 ดอก เทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอกมัดรวมกัน 5 อัน ใส่จานแล้ว ก็กล่าวคำบูชา อาราธนากรรมฐาน แล้วครูบาอาจารย์จะประคับประคองไปได้
คำบูชาอาราธนากรรมฐาน
อุกาสะ วันทามิภันเต ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต ปุญญัง สามินาอะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต (กราบ 1 ครั้ง)
ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะทะวา รัตตะเยนะกะตัง ภะคะวาสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะขะมามิภันเต (หมอบกราบลงว่า - อุกาสะขะมามิภันเต ข้าพเจ้าขอกราบ ขอขมาลาโทษ ต่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกิน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอพระองค์จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า จนกราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน นะปัจจะโย โหนตุ)
อุกาสะ วันทามิภันเต ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต ปุญญัง สามินาอะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต
(กราบ 1 ครั้ง)
ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะทะวา รัตตะเยนะกะตัง ครูสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต อุกาสะขะมามิภันเต (หมอบกราบลงว่า - อุกาสะขะมามิภันเต ข้าพเจ้าขอกราบ ขอขมาลาโทษ ต่อคุณครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกิน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ขอครูบาอาจารย์จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า จนกราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน นะปัจจะโย โหนตุ)
ผะริตะวานะเมตตัง สะเมตตา ภะทันตา อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ สัคเค กาเม จะรูเป คิริสิขะระตะเฎ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเปรัฎเฐ จะคาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภูมมาจายันตุ เทวาชะละ ถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฎฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโวเม สุณันตุ ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา (ซ้ำ 3 ครั้ง)
(ตั้งนะโม 3 จบ ) อุกาสะ อาชะโยโนเมภันเต อาชะคา ยะถาพาเล ยะถามูลเห ยะถาอะกุสะเล เยมะยัง อัคขระมะหะ เอวังภันเตอายะติง สังวิริยามิ (กราบ 1 ครั้ง)
อุกาสะข้าพเจ้าขอปฏิปฏิบูชา ตามคำสั่งสอน ของ องค์พระสัพพัญญูโคดม พระธรรมเจ้า อันสุขุม ละเอียด ละออ ขอพระองค์ลงมาบังเกิด อยู่ในจักษุทวาร อยู่ในมโนทวาร อยู่ในกายทวาร อยู่ในแห่งตัวข้าพเจ้า บัดเดี๋ยวนี้เถิด นิพพานัง ปะระมังสุขัง (กราบ 1 ครั้ง)
อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ ทุติยัมปิ อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ ตะติยัมปิ อุกาสะ อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริสัชฉามิ (กราบ 3 ครั้ง)
คำแผ่เมตตา
- สัพเพสัตตา ศัทธาสาธุ สุขะชีวิโน ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย สัตว์ที่มีความทุกข์ ขอให้พ้นจากทุกข์ ที่มีความสุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป ขอให้ผู้ประกอบทาน ผู้บริจาคทาน บิดามารดา ครู อุปัชฌาอาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร สัพพะสัตว์ทั้งหลาย ภูตผีปีศาจทั้งหลาย เทวดาอารักษ์ทั้งหลาย ที่ได้สิงสถิตอยู่ในสถานที่นี้ จงได้รับส่วนบุญ ส่วนกุศลนี้ เมื่อรับแล้ว จงอนุโมทนา ด้วยเถิด
วันทาพระ
วันทามิภันเต สัพพังอะปะราธัง ขะมะถะเมภันเต มะยากะตังปุญญังสามินา อะนุโมทิตัพพัง สามินากะตัง ปุญญังมัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ วันทามิภันเต (กราบ)

*** สำหรับคนที่กลัวว่าจะถอดจิตแล้ว จะกลับมาไม่ได้ ก็ให้ จุดธูป 1 ดอก แล้วชูขึ้นเหนือหัว แล้ววนเสมาทางขวามาซ้าย 3 ครั้ง พร้อมกับท่อง เสมา อะระหัง อะ เสมายัง เอหิ เสมายัง
***ต้องสะสมกำลังสมาธิไว้ให้มากก่อน ถ้าถึงเวลาแล้ว ท่านจะให้เห็นเอง อันนี้เป็นของอาจารย์ของผม พักหลังนี้ผมไม่ได้ทำขันครู ลำพังตัวผมเองทำไม่ได้ ต้องขึ้นขันครูแล้วครูบาอาจย์จะนำพาไปเองครับ
นอกจากนี้ยังมี คำภาวนา อีกเดี๋ยวไว้วันหลังครับ วันนี้มีให้ ก็ พระพุทธกาปิติ ครับ
ที่คุณUFOแนะนำมาสามารถนำกลับไปทำเองที่บ้านได้เลยป่ะครับ และคำภาวนาเวลาทำสมาธิ มีคำภาวนาอะไรบ้างครับ และช่วยเล่าประสบการณ์ที่คุณUFOถอดจิตด้วยวิธีนี้หน่อยครับ และจะจัดพานครูนี่ต้องไปหาพระอาจารย์ที่เป็นเจ้าของวิชาด้วยรึเปล่าครับ ขอบคุณครับ

หนูน้อย
12-06-2006, 03:19 AM
เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดค่ะ เจอประสบการณ์เยอะมาก หนึ่งในนั้นคือ รู้สึกหมุนๆ เป็นสว่านอยู่ในหัวเช่นกัน สามารถเร่งให้เร็วขึ้นได้ พยายามจะเร่งให้มันทะลุกะโหลกออกมา แต่ไม่ออก บางครั้งเหมือนเป็นเรดาร์กวาด แล้วได้ยินเสียงไปทั่ว คิดว่านอกจากภพภูมิมนุษย์ ไม่ทราบว่ามันคืออะไรกันแน่ค่ะ พอดีตอนนั้นไม่ได้สอบถามพระผู้สอบอารมณ์เพราะมีเหตุการณ์หลากหลายที่เจอ จนถามไม่หมด

damrong
12-06-2006, 08:00 PM
อนุโมทนาครับ เคบเป็นเหมือนกัน แต่เป็นแบบธรรมชาติ คือเวลาหลับหรือ
ไกล้หลับ ปัจจุบั้นนี้ทำไม่ได้แล้วครับ เมื่อตอนที่ทำได้แม้แต่เวลารู้สึกตัวตื่น ก็ภาวนา พุทธ โธ ตลอดทุกครั้งที่รุ้สึกตัวตื่นเลยครับ
คิดว่าที่ออกได้บ่อยๆตอนหลับหรือไกล้หลับ เพราะว่าเป็นเวลาที่ จิตของเราอยู่ในอารมณ์สมาธิที่ ลึกมาก ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่า สภาพที่จิตอยู่ในสมาธิที่ลึกมากๆ จนถอดจิตได้เรียกว่าอะไร

rosey
21-06-2006, 03:23 PM
ได้อ่านทีไร ก็อดปลื้มใจด้วยไม่ได้...
ขอบคุณที่กรุณา แบ่งปันประสบการณ์อันมีคุณค่ายิ่ง
ขอบคุณเวลา ที่ทำให้ข้าพเจ้าพบกับทุก ๆ ท่าน..
อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
ขอทุกให้ทุกท่านเบิกบานในธรรม...
(bb-flower (bb-flower (bb-flower

Seel
14-08-2006, 10:18 PM
อนุโมทนากับทุกท่านนะคับ ตัวผมเองก็สนใจฝึกอานาปานฯ และการถอดจิต ด้วยคนหนึ่ง อยากจะมีคนสอนจังเลยคับ ปฏิบัติเองไม่ค่อยจะได้เรื่องซักเท่าไหร่