PDA

View Full Version : ข้อพึงระวังในห้องนี้


Magic99
22-07-2005, 11:31 PM
ในเวปนี้ผมเห็นคนสนใจเรื่องเวทย์มนต์คาถามากมาย ผมได้คุยกับบุคคลผู้หนึ่งเป็นการส่วนตัวว่าจะแนะนำเรื่องไสยศาสตร์มาให้ทราบกัน เพราะมีหมอผีจอมปลอมมากมายที่หลอกต้มชาวบ้านมามากมาย ที่ผมจะกล่าวนี้คือข้อพึงระวังเรื้องไสยศาตร์
1.ห้ามโพสรูปตนเองโดยเด็ดขาด(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)เพราะเป็นสื่อในการทำคุณไสย์ได้โดยวิธีหนึ่ง
2.ห้ามบอกชื่อจริง นามสกุลจริง และชื่อที่อยู่ รวมทั้งวันเดือนปีเกืดโดยมั่วซั่ว เพราะเป็นสื่อในการทำของได้
3.ของใช้ส่วนตัวควรเก็ยไว้ให้ดีๆเพราะของใช้ส่วนตัวนั้นจะมีพลังที่เป็นสื่อในการทำคุณไสย์ได้
4.ห้ามกินของในสถานที่ๆมีการเล่นของกัน เพราะสถานที่ดังกล่าวมักจะเป็นที่ๆพวกเล่นของมักชอบทำคุณไสย์มาในรูปของอาหารการกิน
5.หากตัวเองป่วยแบบรักษาไม่หายควรหาแพทย์จนเป็นที่แน่ใจแล้วว่าป่วยแบบหาสาเหตุไม่ได้ จึงไปปรึกษากับผู้รู้จึงจะเหมาะที่สุด และผู้ที่รู้จริงๆนั้นเค้าจะไม่เรียกร้องอะไรเกินเลยจากที่ร่ำเรียนมา เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะให้เอง
6.ในคืนวันพระห้ามออกไปยืนนอกบ้านเป็นอันขาด เพราะในวันนี้จะเป็นวันที่มีการปล่อยของออกมาเรียกว่าลมเพลมพัด
7.ในห้องนี้มีกระทู้ต่างๆมากมาย ห้ามใช้คำท้าทาย หรือใช้คำพูดในลักษณะของการอยากลองเป็นอันขาด เพราะนั่นเป็นสัญญาณแรกที่จะเกิดสิ่งไม่ดีกับตัวท่าน หาก ไปเจอกับผู้ที่ทรงคุณจริงๆแล้ว จะหาไม่
8.เมื่ออ่านกระทู้ต่างๆควรมีวิจรณะญาณ
9.อันนี้ถือเป็นข้อสำคัญ อย่าท้าทายอำนาจมืด

โอมพุทโธกิเตศวร
22-07-2005, 11:57 PM
...............................ดีมาก.....ขอพลังแห่งสัมมาเทวะจงสถิตอยู่กับท่าน ตราบเท่าที่ท่านยืนอยู่บน
ศีลธรรมอันงาม........................

DevilBitch
23-07-2005, 01:24 AM
ท่านกำลังเตือนขยมใช่หรือไม่ ขยมลงภาพตัวเอง ครอบครัว บ้าน วันเดือนปีเกิด ที่พักที่ทำงานบอกหมด เพราะขยมมาดีแม้ต้องมีขัดแย้งกับพี่น้องๆคนอื่นๆบ้างแต่ขยมไม่เคยเกลียดใคร โดยเฉพาะคนที่ขยมเข่นเขี้ยวด้วยเรายิ่งห่วงเค้า ถ้าใครคิดว่าอยากทำร้ายขยมไม่ว่าทางการด่า การสาปแช่ง การใส่ของหรือลอบทำร้ายลอบป้ายสีนินทา ขยมถือว่าเค้าเหล่านั้นคือเจ้ากรรมนายเวรของขยม หากภพนี้กรรมอาฆาตรมิอาจเบาบางลงได้ ขยมก้อพร้อมชดใช้กรรมนั้น โดยมิร้องขอการอะโหสิกรรมหากคุยกันดีๆไม่เข้าใจ ขยมมิได้เสแสร้ง เพราะมาเพื่อสานทอมิตรภาพทางธรรม และน้ำใจ มีบ้างที่อาจหมั่นใส้ขยม ถ้าเพียงมองกันแค่ผิวเผิน หากกรรมบาปขยมมันแรงกว่ากรรมกุศลที่สร้างสมมาขยมพร้อมรับชะตากรรมนั้นๆ เพียงขอแค่คนที่คิดร้ายจะเล่นของหรือให้ร้ายคนที่มาที่นี่จงอย่าคิดทำพวกเค้าเลย ส่งบาปมาให้ขยมคนเดียวรับแทนเถิด ขอให้พวกคนอื่นๆได้มีโอกาสสร้างสมบารมีอย่างสบายจิตเถิด อย่าให้มาที่นี่แล้วผวาว่าที่นี่มีการเล่นคุณไสย์มนต์ดำหรือก่อกวนหมิ่นสายนั้นสายนี้เกินวิสัยคนใฝ่ดีเลยนะคะ ขยมเลวมามากแล้วทั้งภพเก่าและภพนี้ ขยมขอเพียงก่อนตายได้มีโอกาสเป็นคนดีบ้าง ขอรับสิ่งเลวร้ายที่ท่านใดก้อตามต้องการทำร้ายคนทั่วไปขยมขอรับแทนเถิด หากกุศลผลบุญที่ขยมเคยทำมาทุกภพทุกชาติพอมีเหลือ ขอบารมีบุญของขยมที่มีได้แผ่ครอบแด่ทุกๆดวงจิตให้มีแต่ปิติ สิริ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และมีธรรมะส่องใจตลอดนิพพานเทอญ ส่วนขยมจะตกระกำลำบากตกนรกก้อปล่อยให้ขยมรับกรรมของตัวเองดีแล

Vayokasinung
23-07-2005, 04:22 AM
คนที่เล่นของกัน ต้องอยู่ในระเบียบศีลธรรมคับ มนต์ คาถามีไว้ช่วยคน
ไม้ได้มีไว้ทำร้ายใคร เพราะจะเป็นบาปติดตัวเรา
ไสยศาสตร์มีไว้ให้คนรู้แจ้งด้วยปัญญา ไม้ได้มีไว้ให้งมงาย

Magic99
23-07-2005, 05:35 PM
ต้องขออภัยท่าน และขอบคุณท่านทั้งหลายด้วย ผมไม่ได้มีเจตนาจะว่าใครครับ เพียงแต่มาเตือน หรือกล่าวให้ทราบเท่านั้นนะครับ เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ขอท่านอย่าเข้าใจผมผิดนะครับ
แล้วก็คุณ DaVilbich ผมต้องขอภัยด้วยนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะว่าคุณครับ ผมพูดกว้างๆเฉยๆ หากทำให้คุณเข้าใจผิด ต้องขออภัยด้วยนะครับ ผมเองก็มาดีเช่นเดียวกัน ไม่ได้มาทำร้ายใครทั้งนั้น ขอภัยไว้ด้วย หากทำให้คุณต้องเข้าใจผิด

DevilBitch
24-07-2005, 02:14 PM
ไม่ได้ว่าคุณค่ะ ทราบว่าคุณเตือนเราเพราะหวังดี ที่ตอบไปอาจตอบกว้าง เพื่อคนอ่านคนอื่นๆ เหมือนนิยายล่ะเขียนให้อ่านทุกคน คนอ่านตีความตามชอบ

Chayutt
05-08-2005, 08:37 AM
ผมมีความสงสัยมาช้านานเหลือเกินว่า กลไกในการทำงานและให้ผลของมนต์ คาถา อาคม เหล่านี้ เมื่ออธิบายในเชิงวิทยาศาตร์แล้วจะเป็นเช่นไร วานผู้รู้ช่วยอธิบายด้วยครับ ผมมีความเชื่ออยู่ว่ามันให้ผลได้จริง แต่ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมมันถึงให้ผลได้อย่างนั้น ทำไมเพียงแค่ถ้อยคำร้อยแก้ว หรือร้อยกรองภาษาบาลีหรือสันสกฤต จึงจะให้ผลได้ ถ้าเช่นนั้นคนอินเดียสมัยก่อนที่พูดภาษาบาลีสันสกฤตในชีวิตประจำวัน ก็เหมือนการท่องบนสิครับ ในหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการบอกไว้ว่ามนต์ จะให้ผลได้ต้องอาศัยพลังจิตรของผู้ท่องบ่นมนต์นั้นด้วย ส่วนในหนังสือของอาจารย์ปริญญา ตันสกุล ชุดจิตรจักรวาลอธิบายไว้ว่า มันเป็นเหมือนตัวกดสวิสเปิดกลไกการทำงานของจิตคน โดยที่ผู้ลงมือกระทำให้เกิดผลคือจิตของคนนั่นเอง อะไรทำนองนี้ แต่ผมก็ยังมีความสงสัยอยู่ดี หนังสือเล่มไหนๆก็อธิบายได้ไม่เคลียร์ซะที
ในทำนองเดียวกัน เรื่องของอิทธิพลของตัวเลขทางโหราศาสตร์ ผมก็เชื่อว่ามันมีความเชื่อมโยงกันกับประเด็นนี้ด้วย คล้ายๆกับว่ามันมีทฤษฎีพื้นฐานร่วมกันอะไรทำนองนั้น ท่านผู้ใดมีข้อมูล หรือสามารถให้ความกระจ่างได้ ช่วยด้วยนะครับ

บทความต่อไปนี้คัดลอกมาจาก คมชัดลึก 5 สิงหาคม 2548
"คาถาแห่งความรัก ความหลง" ขลัง-บริกรรมแล้วได้ผลจริงหรือ?


http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/02/14/images/01.jpgทุกวันนี้แม้ว่าวิทยาศาตร์จะก้าวล้ำไปไกล มนุษย์เข้าสู่ยุคดิจิตอล แล้วก็ตาม แต่วิธีเอาชนะใจเพศตรงข้ามกลับถอยหลังสู่สมัยโบราณ ดังสำนวนที่ว่า "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา"

คาถาที่คนในยุคดิจิตอลเชื่อว่า บริกรรมแล้วจะสามารถเอาชนะใจเพศตรงข้ามได้ เช่น คาถามหาเสน่ห์ คาถาผูกใจคน คาถามนต์รัก คาถาใจอ่อน คาถาคนนิยม คาถารักแท้ คาถามัดใจ คาถาสาลิกาลิ้นทอง คาถาเสกลิปสติก(สีผึ้ง) คาถาให้รักจริง และ คาถาลงคาน

เพื่อความชัดเจนและความเข้าใจในคาถาแต่ละบท "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามไปยังผู้รู้หลายท่าน ต่างให้ทัศนคติที่น่าสนใจ เช่น

พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์ โบสถ์เทวสถาน กล่าวว่า คาถาเหล่านี้เป็นพวกคาถาเมตตา เป็นความรู้สึกให้ความเป็นสันติกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง เป็นคาถาที่ให้ความชื่นชม ระหว่างพบปะพูดคุยกัน จึงมีการบูชาเทพ เทวดา เทวาอารักษ์เป็นแนวทางปฏิบัติของความสุข เมื่อเรามองเรื่องของเมตตาแล้ว ก็จะนึกถึงท่าน การกราบไหว้จึงเป็นการระลึกนึกถึงคุณงามความดี เป็นเมตตามหานิยมเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เป็นการเน้นเรื่องของกามเหมือนในทุกวันนี้

http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/02/14/images/02.jpgการสวดคาถาบูชาเทพเทวดาก็เป็นการให้เราระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า โดยการนำคาถามาผูกมัดใจ มีอานิสงส์ให้คนเราเป็นผู้ที่มีจิตใจงาม เล็งเห็นถึงความปิติ ความเอื้ออาทร ให้เป็นมิตรกับทุกคน อีกกลุ่มหนึ่ง ประเภทต้องการให้ใครเห็นใครชอบ สวดคาถานี้เพื่อต้องการแรงดึงดูดจากเพศตรงข้ามไปในทางกามะ พวกคนเหล่านี้ต้องการให้คนมาชื่นชอบ หรือให้มาหลงใหล มาให้ความรัก

บุคคลเหล่านี้ยังแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ ๑.กลุ่มขาว มีการสวดคาถาเพื่อต้องการน้อมรับคุณงามความดีของพระพุทธเจ้า มาปฏิบัติให้อยู่ในศีลในธรรม ส่วนกลุ่ม ๒. กลุ่มดำ มีการสวดคาถาเพื่อต้องการให้คนรอบข้างมาสนใจ เพื่อเป็นการผูกมัดใจ โน้มน้าวให้คนมาชอบชื่นชม เราจะเห็นได้ว่า ความต้องการของ ๒ กลุ่มนี้มีความเหมือนที่แตกต่างกัน

ส่วนการกราบไหว้ เทพพระตรีมูรติ ที่ตั้งอยู่หน้าลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่านั้น ถือเป็นวัฒนธรรมครึ่งๆ กลางๆ ในวันวาเลนไทน์ ถือเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ผู้ให้ความรักมนุษย์ ขณะที่พระตรีมูรติเป็นลัทธิอยู่ในศาสนาพราหมณ์ โดยมี ๓ สถานะ คือ พระพรหม คือผู้สร้างโลก พระวิษณุหรือนารายณ์ คือผู้บำรุงรักษาโลก และ พระศิวะหรืออิศวร คือผู้ทำลาย หมายถึง การทำลายแล้วสร้างขึ้นมาใหม่พร้อมกัน

http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/02/14/images/03.jpg"ปัจจุบันพระตรีมูรติได้มีการนำมา เชื่อมโยงเอามาผูกเข้ากันกับวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ แสดงถึงความรักความเมตตา ระลึกนึกถึงความดีความเมตตา ที่เป็นผู้ให้ความรัก เอื้ออาทร มนุษย์ ได้นำมาผูกเข้าด้วยกัน มันจึงไม่ใช่วัฒนธรรมดั้งเดิม แต่เป็นการสร้าง วัฒนธรรมจากสื่อต่างๆ ทำให้คนเรานำมาผูกเชื่อมโยงกันเท่านั้นเอง" พระราชครูวามเทพมุนีกล่าว

ในขณะที่ อาจารย์ ธรรมจักร สิงห์ทอง คณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเซียง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พระคาถาลงคานเกิดก่อนสมัยพุทธกาล และมีปรากฏอยู่ในพระธรรมบท เป็นพระพุทธพจน์ที่ว่า

"ปุพเพวะ สันนิวาเสนะ ปัจจุปบันนะ หิเตนะวาเอวันตัง ชะยะเตเปมัง อุปะลังวะ ยะโถธะเถฯ "

หมายถึง ความรักเกิดขึ้นได้เพราะองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ เคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ และได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชาติปัจจุบัน เหมือนดอกบัวงอกงามเพราะน้ำและเปลือกตม

พระพุทธพจน์บทนี้ พระเกิจอาจารย์เห็นว่าเกี่ยวข้องความรัก เลยนำมาใช้เป็นคาถาสำหรับบริกรรม คาถานี้จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อมีสมาธิจิต มีฌานสมาบัติ ซึ่งหมายถึงความมีสมาธินั่นเอง

ทางด้าน อาจารย์หนู กันภัย เจ้าสำนักสักยันต์ชื่อดัง บอกว่า คาถาเหล่านี้เป็นคาถาคุณพระ มีมาตั้งแต่โบราณ พระเกจิอาจารย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้มุ่งไปทางนั้น รวมทั้งเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งให้คนเข้าถึงพระศาสนา เพราะถ้าถ่ายทอดคำแปลออกมา จะเป็นหลักธรรมสำหรับไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

คาถาเหล่านี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อ ผู้ภาวนาใช้ต้องปฏิบัติตัวอยู่ในศีลธรรม รักษาศีล ๕ ข้อ ให้ได้ ต้องมั่นทำบุญทำทานอยู่เสมอๆ ใครที่คิดว่า ภาวนาคาถาเหล่านี้แล้วจะเอาหญิงอื่นมาเป็นของตน หรือที่เรียกว่า เอาเมียชาวบ้านมาเป็นเมียตนเองนั้น ต่อให้ภาวนาพันครั้งหมื่นครั้ง ก็ไม่มีวันสมหวัง เพราะจิตไม่บริสุทธิ์

"การภาวนาคาถาบทใดบทหนึ่งให้ได้ผลนั้น ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น จิตต้องบริสุทธิ์ เป็นคนอยู่ในศีลมั่นในธรรม และต้องมีแรงอธิษฐานอันแรงกล้าด้วย" อาจารย์หนูกล่าวแนะนำ

นอกจากนี้ "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามไปยัง พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ในฐานะที่ได้เรียนวิชาอาคมมาจากพระคณาจารย์หลายรูป ได้ให้ทัศนะว่า

http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/02/14/images/04.jpgมนต์ หมายถึง พระพุทธมนต์ เป็นพุทธพจน์ของพระพุทธศาสนา ส่วน คาถา หมายถึง บรรดาผู้มีวิชาผู้ขึ้นมา ไม่จำกัดศาสนา อาจจะมาจากพราหมณ์ หมอผี ซึ่งจะบ่งบอกวัตถุประสงค์ตรงๆ ไปเลย เช่น สาปแช่ง ให้รักให้หลง ให้มีเมตตามหานิยม

ส่วนคาถามีไว้กำกับของที่จะใช้ เช่น ถ้าต้องการให้หญิงรัก เราก็ใช้เสกใบและดอกรักซ้อน แต่ถ้าจะให้เลิกร้าง เสกใบและดอกรักรา

คาถามีจุดประสงค์ ๕ ประการ คือ ๑.ให้มีความมั่นใจ ๒.ให้มีสติปัญญา ๓.ให้รู้งานในหน้าที่ ๔.ให้มีอาคมขลัง และ ๕.ให้มีพลังจิต ผู้ภาวนาจะใช้ผลก็ต่อเมื่อ คนที่เราใช้นั้น ความดีและพลังจิตอ่อนกว่าผู้ใช้คาถา แต่โบราณมีข้อแม้อยู่ว่า คาถาประเภทสาปแช่ง ใช้ทำลายคนดีไม่ได้ แถมจะย้อนกลับมาเข้าตัวเอง

ส่วนคาถาเกี่ยวกับเสน่ห์นั้น ห้ามผิดศีลข้อ ๓ คือ กาเมสุมิฉา หมายถึง ห้ามผิดลูกเมียเขา และได้ผู้หญิงคนนั้นมาแล้วต้องมาเลี้ยงดูรับผิดชอบ ถ้าไม่รับผิดชอบ คนก็เสีย คาถาก็เสื่อม ที่สำคัญคือ การใช้คาถาทุกอย่างต้องรักษาศีล ๕ ให้เคร่งครัด ดังนั้นพระคณาจารย์ทั้งหลายจึงไม่นิยมใช้คาถาเหล่านี้ แต่นิยมใช้เพื่อ ๑.เมตตา ๒.แคล้วคลาด และ๓.คงกระพัน

<TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%" bgColor=#ff0099 border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ff99cc>

รวมคาถาแห่ง..."ความรักความหลง"

"คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมคาถาที่เกี่ยวกับ "ความรัก ความหลง" ซึ่งการโพสต์ทางเว็บไซต์ต่างๆ รวมทั้งคาถาที่มีการส่งอีเมล์ถึงกัน พร้อมกับบอกวิธีการใช้และผลของการบริกรรมคาถา เช่น

คาถามหาเสน่ห์ "จันโทอะภกันตะโร ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง อิตภิโยปุริ โส มะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ" (ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่)

คาถามนต์รัก "โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา" ใช้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ

คาถาลงคาน (คาถาภาวนาให้รู้ว่า คู่วาสนาของตนจะมีหรือไม่) "ปุพเพวะ สันนิวาเสนะ ปัจจุปบันนะ หิเตนะวา เอวันตัง ชะยะเตเปมัง อุปะลังวะ ยะโถธะเถฯ "

คาถาที่ใช้นี้ สำหรับผู้ที่มีอายุมากแล้วทั้งหญิงชาย แลไม่เคยมีความรักมาก่อน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเป็นหม้าย หรือกำลังขาดแคลน

คาถาเสกลิปสติก(สีผึ้ง) "มทุจิตตัง สุวามุปขัง ทิตสวานิมามัง ปิยังมะมะ เมตตา ชิวหายะมะ ทุรัง ทะตวาจาจัง สุตทังสุตตะวา สัพเพชะนาพะ หุชะนาอิตถีชะนา สัมมะนุนะ พรามมะนา นุนะ ปะสังสันติ" ให้ภาวนากับขี้ผึ้งหรือลิปสติก จะทำให้คนรักเชื่อฟัง

คาถามัดใจ "พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ" ( ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง)

คาถาสาลิกาลิ้นทอง "พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต" (ให้ภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง) คาถาให้รักจริง "โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติ จิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ" (ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา)

</TD></TR></TBODY></TABLE>



ไตรเทพ สุทธิคุณ

Magic99
05-08-2005, 02:21 PM
ผมบอกแต่ต้นแล้วว่าผมเข้ามาเพื่อบอกกล่าวแต่ไม่ได้สั่งสอน ผมนำมาเล่าให้ฟังกันเท่านั้น หากถามว่าคาถาหรือจิตมันทำงานยังไง จิตมันก็คือความนึกคิดของคุณนั่นแหละ สุกแท้แต่ว่าจะกำหนดให้เป็นไปในทางใด เช่น คุณกำลังท่องคาถาเมตตาอยู่ แต่ใจคุณกำลัง มีความอาฆาตอย่างใหญ่หลวง อย่างนี้ จิต กับมนต์คาถามันไม่สัมพันธ์กัน อย่างนี้ก็ไม่สำเร็จ การเล่นคาถาอาคม อันดับแรกอย่าสงสัย อย่าลังเล ต้องมีจิตที่เชื่อถืออย่างจริงจัง เหมือนกับเวลาคุณขับรถ หากช่องเล็กๆ คุณคิดว่าเราน่าแทรกไปได้ มันย่อมไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันไม่ผ่าน ยังไงคุณก็ลอดช่องนั้นไปไม่ได้ นี่แหละนี่การทำงานของจิตจิตคือ ความนึกคิดของคุณเอง

อักขรสั จร
05-08-2005, 04:52 PM
คาถาคือพาสเวิร์ดยืมพลัง
ใช้เยอะระวังหนี้บาน
ถ้าบุญไม่ทำบารมีไม่สร้าง เอาแต่ขอยืมบารมีคนอื่น
ระวังเป็นหนี้หัวโตนะคร้าบ

pitipornss
05-08-2005, 09:26 PM
ผมมันเป็นไอพวกอยากลองเสียด้วยแหม อะไรที่ไมเห็นมันยังไมเชื่อ
ผมถ้าไปแล้วไมเห็นมีอาไรเลย เอางี่ เคยอ่านเรืองลาวเก่งวิชาปะ ของประวัติหลวงพ่อปานนะ
มันจ่าเป็นอย่างนั้นนะ ถ้าเล่นกับผม ผมไปตามเวรตามกรรม จะตายก็ตายไปมันทำร่างกาย
แต่จิตไมตายนิ ตายไปก็จะไปนิพพาน สบายไมต้องเกิดมาทนทุก ข์

pitipornss
05-08-2005, 09:29 PM
ชือที่ผมก็ชือจริงไมโกหก

ศิษย์น้อย
16-08-2005, 08:29 AM
ท่านเจ้าของกระทู้ฝากๆ เตือนกัน ก็ด้วยเจตนาดี อันนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง....

แต่หลายๆ ท่านในห้องนี้.. ก็เป็นผู้สะสมบารมี ศรัทธาอย่างแรงกล้า...และเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม...

จึงทำให้หลายๆ ท่าน ไม่ค่อยหวั่นไหวต่ออำนาจไสยศาสตร์มากนัก... ผมว่ามันก็ถูกอีกหล่ะ...


น่าคิดนะครับ ..... อำนาจแห่งคุณความดีของเรา กับ อำนาจแห่งอวิชชา

ในที่สุดทั้งผู้กระทำคุณไสย์และผู้ถูกกระทำก็หนี ไม่พ้น กฎแห่งกรรมสักราย...

---- ไม่ใช่อื่นไกล เณรแอ ก็ไปนอนกินข้าวแดง เรียบร้อยแล้ว เหอๆๆๆๆ ------

Samy
11-09-2005, 04:21 AM
คุณไสย์ทำให้ได้แต่คนชั่วเท่านั้น

Magic99
27-09-2005, 01:44 PM
ขอบคุณมากๆครับ ที่ยังมีคนให้กำลังใจกันอยู่ ผมเตือนด้วยเจตนาอันดี มิได้เข้ามาทำร้ายใคร
ขอให้เข้าใจเจตนากันด้วยนะครับ