PDA

View Full Version : เห็นตั้งหลายคนในเว็บนี้ปราถนาพุทธภูมิแล้วมันยังไงอยู่ครับ


cwyp
31-10-2004, 12:11 PM
เห็นทุกคนพูดกันว่าปราถนา ปราถนาเหมือนกับว่ามันเป็นแฟชั่นอย่างนั้นแหละครับ การปราถนาพุทธภูมิมันมีทั้งโทษและประโยชน์อยู่ในตัวเดียวกันนะครับ หากพูดเล่นกันไปจะพากันลงนรกเปล่า ๆ การปราถนาต้องพูดจริง คิดจริง ทำจริง ใจเด็ดเดี่ยวและมีเหตุในการปราถนาผมเชื่อนะครับว่าหลาย ๆ คนปราถนาจริง แต่กับคนที่พูดกันเป็นแฟชั่นนี่สิครับ กำลังก้าวเข้าสู่อบายภูมิโดยไม่รู้ตัว ผมเห็นหลายคนเขากำลังทำตัวเป็นแฟชั่นแล้วมันไม่ดีนะครับ พุทธภูมิไม่ใช่ของเล่น ขณะที่ปราถนาแล้วอันดับแรกต้องอธิฐานซะก่อน สองต้องศรัทธาในใจ สามทำบารมีให้เพิ่มขึ้นโดยการปฏิบัติหลาย ๆ อย่าง โดยต้องไม่หวังผลใด ๆ ทางโลกเป็นอันขาด วิริยะอุตสาหะต้องสูง กล้าทำในสิ่งที่ทำได้ยาก และสุดท้ายต้องมีความปราถนาในธรรมะเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และต้องปฏิบัติพรหมจรรย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้คนที่คิดเล่น ๆ อย่าได้คิดเล่นอีกเลยครับ เพราะผู้ที่จะได้พุทธภูมินั้นต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับอสงไขยเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าปราถนาตอนนี้แล้วค่อยลากัน ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผู้ที่จะลาพุทธภูมินั้นส่วนมากเป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบและทำบุญกุศลมาหลายชาติแล้ว ดั่งเช่น พระอาจารย์มั่นภูริทัตโตครับ อันนี้ผมพูดเพื่อเตือนใจไว้ก่อนนะครับ อย่าได้โกรธเคืองกันเลย แต่คนที่ปราถนาและเป็นคนที่มีความคิดดีในเว็บนี้ผมเห็นหลายคนเหมือนกันครับ ขออนุโมทนาด้วย ดูก่อนครับการเผชิญหน้ากับทุกข์แห่งพุทธภูมิ เปรียบได้กับการเดินไปบนทางที่มีแต่เปลวเพลิง ถ่านร้อนแดง หากกำลังใจไม่สูงเปรียบดั่งการเดินไปบนถ่านร้อนแดงด้วยเท้าเปล่า ย่อมจะทุกข์ทรมาณอย่างแสนสาหัส จนพ่ายแพ้ในที่สุด ขอให้วางตัวเป็นกลางกับคำเหล่านี้นะครับอย่าใส่ใจมาก

โมฆบุรุษ
31-10-2004, 12:58 PM
ผมว่าในเว็บคนเมืองบัว เห็นผู้ที่ปรารถนาพระโพธิ_าณมากกว่าเว็บนี้อีกครับ

ท่านเจ้าคุณฤทธิรงค์ เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ ท่านเคยบอกว่า
ปรารถนาพระโพธิ_าณนี่ดีทั้งนั้น
อย่างน้อยก็อยู่เป็นร่มโพธิ์น้อยๆร่มไทรน้อยๆให้สรรพสัตว์ไปก่อนครับ
หากถึงเวลาที่จะลา อานิสงส์นั้นก็ยังตามไปส่งผลครับ
ไม่สู_หายเสียเปล่าแน่นอนครับ

สำหรับท่านที่จะต้องลา พอเห็นทุกข์ เห็นภัยในขันธ์ ๕ เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เมื่อไหร่
เดี๋ยวเขาก็ลาเองแหละครับ
ตอนนี้ผมว่าก็ให้เขาปรารถนาไปก่อน ให้เขาลองสร้างกำลังใจกันดูว่า ที่จะบำเพ็_เพื่อพระโพธิ_าณน่ะ เขาทำกันไหวไหม
ให้เค้ารู้ด้วยตัวเองดีกว่าครับ

การปรารถนาพระโพธิ_าณนั้นง่ายมากครับ
เพียงแค่นึกปุ๊บ ก็เป็นพระโพธิสัตว์แล้ว
แต่ตอนลานี่ยากแสนยากครับ
อันนี้หลวงพี่สมปองท่านบอกนะครับ
จะลาที ต้องให้เหตุผลด้วยว่าทำไม
เพราะเห็นทุกข์หรือ
เพราะเบื่อการเวียนว่ายตายเกิดหรือ
แถมต้องตั้งจิตให้เป็นสมาธิจริงๆด้วย ระดับฌาน ๔ ขนาดนั้น จึงจะลาขาด
บางท่านก็ต้องลาแล้วลาอีก ไม่รู้กี่ชาติ กว่าจะขาด

แม้ว่าบางท่านอาจจะมองว่ามันเท่ห์ที่ปรารถนาพระโพธิ_าณ
แต่อย่างน้อยมันก็เป็นกำลังใจให้เขาเหล่านั้นเร่งทำความดี มากกว่าตอนที่เขายังไม่ปรารถนาอะไรเลย
ผมว่าดีซะอีกนะครับ

ผมเองบางทียังเบื่อเลยครับ
แต่ยังไม่เบื่อขนาดนั้น คงเพราะกรรมเก่ายังไม่เข้ามาส่งผลมากขนาดนั้นมั้งครับ
ตอนนี้โรคภัยไข้เจ็บก็ยังไม่ค่อยจะมี
เบื่อมากๆเมื่อไหร่ เจ็บหนักๆเมื่อไหร่ ทุกข์มากๆเมื่อไหร่
ผมก็คงเผ่นเหมือนกันแหละครับ
เปิดทางหนีให้ตัวเองไว้ ๓๖๐ องศา เหมือนที่หลวงพี่เล็กท่านบอกไว้ในกระโถนข้างธรรมาสน์เล่มที่ ๘

nat
31-10-2004, 03:57 PM
ผมเห็นด้วยกับคุณ ทาสปัจเจกพระพุทธเจ้า......เหมือนถีบจักรยานไปดาวอังคารเมื่อไหร่จะถึง....ครั้นมีผู้ตักเตือนก็เกิดความโกรธ

WebSnow
31-10-2004, 04:43 PM
cwyp
ผมอ่านดูแล้วในนี้ก็ไม่มีใครปราถนากันเล่นๆ

ที่เห็นว่ามีการปราถนาเยอะเป็นเพราะว่าเคยปราถนากันมาแล้ว
บ้างก็กำลังจะนึกได้ บ้างก็เริ่มปราถนา
ที่เห็นว่ามีพุทธภูมิอยู่ที่นี่เยอะก้เพราะว่าเป็นการรวมตัวพบปะกัน มีลิงค์และมีเชื้ออยู่

ช่วงหลังปี 2,500 ครึ่งพุทธศาสนา พุทธภูมิ ลงมาจุติเยอะ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?threadid=967

*********
เห็นด้วยกับ โมฆบุรุษ เขียนดี
"แม้ว่าบางท่านอาจจะมองว่ามันเท่ห์ที่ปรารถนาพระโพธิญาณ
แต่อย่างน้อยมันก็เป็นกำลังใจให้เขาเหล่านั้นเร่งทำความดี มากกว่าตอนที่เขายังไม่ปรารถนาอะไรเลย
ผมว่าดีซะอีกนะครับ"

*********
cwyp ก็มาเขียนเตือนให้ เวลาปราถนาให้ คิดจริง พูดจริง ทำจริง

*********
nat

เหมือนถีบจักรยานไปดาวอังคารเมื่อไหร่จะถึง....ครั้นมีผู้ตักเตือนก็เกิดความโกรธ

"ถีบจักรยานอยู่ในยานอาวกาศ"

WebSnow
31-10-2004, 05:15 PM
"คนดีที่อุทิศตัวเสียสละ เพื่อคนอื่นจำนวนมากมาย เขาเรียกโพธิสัตว์ "
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?threadid=1101

jumpman
31-10-2004, 06:01 PM
--แต่กับคนที่พูดกันเป็นแฟชั่นนี่สิครับ กำลังก้าวเข้าสู่อบายภูมิโดยไม่รู้ตัว ผมเห็นหลายคนเขากำลังทำตัวเป็นแฟชั่นแล้วมันไม่ดีนะครับ

ผมไม่คิดว่ามันจะไม่ดีนะครับ คิดไม่ออกว่าจะไปอบายภูมิยังไง

--เพราะผู้ที่จะได้พุทธภูมินั้นต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับอสงไขยเลยทีเดียว
หากเรางี่เง่ามากก็เช่นกันครับ ดีไม่ดี ได้ส่งทุกๆท่านที่ได้ปรารถนาพุทธภูมิ ณ ที่นี้ซะด้วย

--แต่ตอนลานี่ยากแสนยากครับ
อันนี้หลวงพี่สมปองท่านบอกนะครับ
จะลาที ต้องให้เหตุผลด้วยว่าทำไม
เพราะเห็นทุกข์หรือ
เพราะเบื่อการเวียนว่ายตายเกิดหรือ
แถมต้องตั้งจิตให้เป็นสมาธิจริงๆด้วย ระดับฌาน ๔ ขนาดนั้น จึงจะลาขาด
บางท่านก็ต้องลาแล้วลาอีก ไม่รู้กี่ชาติ กว่าจะขาด

นี่พระพุทธเจ้าจะบอกได้เหมือนกันนะครับว่าใครจะลาพุทธภูมิบ้าง นอกจากจะบอกว่าใครจะเป็นพระพุทธเจ้าได้บ้าง

กระเจียว
31-10-2004, 11:04 PM
ปรารถนาพุทธภูมิ มันเป็นแฟชั่นได้ด้วยเหรอคะ ยากนะกว่าจะถึงจุด

Star Platinum
01-11-2004, 09:16 AM
ไม่มีใครรู้จักตนเองไปมากกว่าตนเองครับ

ผมว่าที่นี่ไม่มีใครอยากเป็นเล่นๆกันนะครับ ที่สำคั_ผมก็ไม่ได้เที่ยวไปบอกใครๆเลย ทั้งๆที่รู้สึกมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ที่บอกกับพลังจิตนี่ก็เพราะว่าคุณศิราณีเคยดูดวงให้ ซึ่งผมได้ปรารถนาไว้แล้ว ตรงกับที่ตั้งใจไว้ อย่างไรผมก็ไม่เปลี่ยนใจ จะขี่จักรยานไปดาวไหนก็ไป จะลงนรกก็ยอม เป็นหมูเป็นหมาก็ยอม ผมว่ามันคุ้มถ้าเราได้ถึงจุดหมาย เพราะทำให้คนหมดทุกข์ได้ บอกตรงๆผมไม่เคยรู้สึกยินดีในสิ่งต่างๆไปมากกว่าการช่วยเหลือคนและสัตว์เลย

การเป็นพุทธภูมินี่ผมว่าก็ไม่ได้เท่อะไรนะครับ ถ้าเที่ยวบอกคนทั่วไปมากๆ คนก็หาว่าบ้าอีก มันจะเป็นบาปเอา อีกอย่างไม่มีใครบังคับให้เป็นกันได้ครับ (Voluntary)

อย่างไรก็ตามผมก็ขอขอบคุณคุณ cwyp ที่เขียนมาเตือนกันนะครับ ขอให้ทุกท่านที่นี่ได้สำเร็จในสิ่งที่ต้องการด้วยนะครับ

กระเจียว
01-11-2004, 10:01 AM
Originally posted by Star Platinum
ไม่มีใครรู้จักตนเองไปมากกว่าตนเองครับ

ผมว่าที่นี่ไม่มีใครอยากเป็นเล่นๆกันนะครับ ที่สำคัญผมก็ไม่ได้เที่ยวไปบอกใครๆเลย ทั้งๆที่รู้สึกมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ที่บอกกับพลังจิตนี่ก็เพราะว่าคุณศิราณีเคยดูดวงให้ ซึ่งผมได้ปรารถนาไว้แล้ว ตรงกับที่ตั้งใจไว้ อย่างไรผมก็ไม่เปลี่ยนใจ จะขี่จักรยานไปดาวไหนก็ไป จะลงนรกก็ยอม เป็นหมูเป็นหมาก็ยอม ผมว่ามันคุ้มถ้าเราได้ถึงจุดหมาย เพราะทำให้คนหมดทุกข์ได้ บอกตรงๆผมไม่เคยรู้สึกยินดีในสิ่งต่างๆไปมากกว่าการช่วยเหลือคนและสัตว์เลย

การเป็นพุทธภูมินี่ผมว่าก็ไม่ได้เท่อะไรนะครับ ถ้าเที่ยวบอกคนทั่วไปมากๆ คนก็หาว่าบ้าอีก มันจะเป็นบาปเอา อีกอย่างไม่มีใครบังคับให้เป็นกันได้ครับ (Voluntary)

อย่างไรก็ตามผมก็ขอขอบคุณคุณ cwyp ที่เขียนมาเตือนกันนะครับ ขอให้ทุกท่านที่นี่ได้สำเร็จในสิ่งที่ต้องการด้วยนะครับ


เยี่ยมมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ ส่วนหนูตอนนี้ที่บ้านและสังคมรอบตัวยังไม่รู้เลยค่ะว่าปรารถนาพุทธภูมิ

พลายนิล
01-11-2004, 06:01 PM
ผมคิดว่าส่วนให_่ทุกคนที่ปรารถนาโพธิ_าณในเว็บพลังจิตคงเตรียมตัวเตรียมใจกันพร้อมแล้วล่ะครับ รู้ว่าอะไรเป็นอะไรดีอยู่ แต่จะเป็นห่วงก็เพียงพวกรุ่นใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรดีพอ อาจจะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ ว่าเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ต้องสบายตลอดกาล มีผู้คนยกย่อง อะไรประเภทนี้ก็สมควรต้องเตือนกันบ้าง.

ผมเองก็เป็นหนึ่งในพวกมาใหม่ สำเหนียกตนอยู่ว่าไอ้เรื่องเกิดแก่เจ็บตายหลายร้อยล้านครั้งนี่ยังไม่เท่าไร แต่เวลาคิดถึงนรกทีไรทำไมมันรู้สึกร้อนๆหนาวๆชอบกล รู้สึกกลัวจริงๆ ต้องคอยนึกถึงคนอื่นๆรอบตัวเพื่อที่จะบรรเทาความกลัวลงไปบ้าง.

แต่จะทำไงได้ล่ะ...ใจมันรักทางนี้ซะแล้วนี่ ก็ต้องเอาให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย :'(

บุ_รักษาทุกท่านขอรับ

มารวิกะ
08-11-2004, 11:55 PM
:cool:

potisad
14-11-2004, 06:52 PM
สวัสดี ศรีสวัสดิ์จงมีแก่ท่านทั้งหลาย
ขออนุโมทนา และเป็นกำลังใจ ครับ
โลกนี้จะไม่มีภัย หากทุกคนมีรั่วกั้น คือศิล ไม่ให้ร้ายต่อกัน
โลกนี้จะมีสุข หากทุกท่านรู้จักอภัย ไม่ปองร้ายจองเวร เลิกอาฆาตเลิกทำลายให้ร้ายกับจิตของตน
โลกนี้จะสงบ เมื่อไม่ริษยา อิจฉา เห็นคนดีแล้วสรรเสริ_
โลกนี้จะบริบูรณ์ เมื่อทุกคนต่างรู้หน้าที่ ต่างทำตามหน้าที่
ขอให้ทุกท่านจงประสพแต่คุณงามความดีเถิด

potisad
14-11-2004, 06:57 PM
ทำทุกสิ่งที่ พระสอน
งดทุกสิ่งที่พระห้าม
มีพยานประกาศแล้วว่าเป็นจริง
นั้น คือ พระพุทธศาสนา
เมื่อยังมีเขตแดนพระศนาสนา พระพุทธเจ้า เท่านั้นที่เป็นให_่

wit
16-11-2004, 10:45 AM
แต่ถ้าพระโพธิสัตต์สร้างบารมีถึงระดับหนึ่งก็จะมีสิทธิพิเศษเหมือนกันใช่รึเปล่าครับ เพราะด้วยบุ_บารมีที่สะสมมามากมาย เช่น เป็นผู้ที่เกิดมาครบ 32 ตลอด,เป็นผู้มีปั__า,เกิดในประเทศหรือสถานที่มีแต่ธรรมะและความสงบสุข ฯลฯ นอกจากว่าพระโพธิสัตต์องค์นั้นอาจจะอธิษฐานเงื่อนไขในการสร้างบารมีเพิ่มเติมนอกเหนือจากแค่การได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แต่ส่วนให_่ผมว่าคนที่ปรารถนาพุทธภูมิในชาตินี้ก็เนื่องจากว่าเขาเคยปรารถนามาแล้วในชาติก่อนๆ พอมาชาตินี้ได้รับรู้ในสิ่งที่ตรงกับจริตของตนแม้ว่าอาจจะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆก็เลยอธิษฐานซ้ำอีกครั้งหนึ่งน่ะครับ

KomAon11
16-11-2004, 02:30 PM
.... ดูแบบพระเยซู สิครับ .......... ท่านยังต้องมาทนโดนไม้กางเขนตรึง..... เพื่อฝึก ขันติบารมี

...................... ก็อย่ามาออกความเห็นให้เลิกละความเพียรในการปรารถนาโพธิ_าณแล้วกัน..... เพราะว่า พุทธภูมิไม่ได้ชอบทุกข์หรอกครับ แต่ก็ทำต่อไป ...แน่จริง ไปบอกให้พระศรีอาริย์ลาพุทธภูมิสิ ฮิๆ ท่านก็จะบอกว่า .... ไม่ลาแล้ว ขี้เกียจ

witt
21-11-2004, 04:29 PM
ตอนนี้เหมือนโดนลองของเลยล่ะ เห็นทุกข์อย่างมันเป็นทุกข์ไปหมด แต่ก็มีท่านผู้หนึ่งที่รู้จักกัน บอกว่าเป็นพระปัจเจกก็ดีเหมือนกันจะได้ช่วยงานพระศาสนา ตอนนี้มี 3 โครงการแล้วที่ต้องทำ ตัดอะไรก็ตัดได้ แต่ตัดผู้ห_ิงนี้สิ ยากจิงจิง ยังมีหลงอีกเยอะ

imaginary
26-04-2005, 06:15 PM
ผมต้องขอขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมได้มีความรู้และความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

แต่post ช้าหน่อยครับเพราะเพิ่งอ่านเจอ(bb-flower

ผ่อนคลาย
26-04-2005, 06:24 PM
[b-wai] ขออนุโมทนาความดีของทุกท่านครับ:cool:

witt
26-04-2005, 10:53 PM
อยากเสริม ว่าต่อให้ผมลาพุทธภูมิ ผมลาไม่ขาดหรอก ยังไงก็ไม่ขาด ต่อให้เห็นทุกข์ตอนนี้ ก็ไม่ลาเพราะยังสงสารคน สงสารสัตว นะอิอิ ตอนนี้ปราถณาเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว อิอิ

ไอ้ใบ้
27-04-2005, 10:00 AM
ความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน การทำความดีทุกอย่างหรือการปรารถณาพุทธภูมิ เป็นสิ่งที่ดีครับ ไม่มีโทษและก็ไม่เป็นแฟชั่นหรอกครับ แต่ถ้าออกอัลบั้ม แล้วบอกว่าเป็นศิลปินเนี่ย เป็นแฟชั่นแน่นอนครับ ฮิฮิ (bb-flower

ลัก...ยิ้ม
27-04-2005, 01:49 PM
5555

อฤษเบส
02-09-2005, 01:34 PM
ผู้ปารถณาพุทธภูมิมีมาก ความจิงนี่เป็นส่วนน้อยด้วยซ้ำ ผมอ่านเอาและเดาเองฮะ
จำได้หรือป่าวคับสมัยพุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพุทธมารดา แล้วจำพรรษา
ที่สวรรณ์ชั้นดาวดึง แล้วพอครบพรรษาพระพุทธเจ้าก็กลับสู่โลก โดยที่พระพุทธเจ้า
ทรงเปิดโลก ซึ่งในตอนนั้น มีผู้ปรารถรา พุทธภูมิให้นับเม็ดทรายเอานะครับ
สาเหตุเพราะ ตั้งแต่นรกจนถึงสวรรค์ สามารถมองเห็นกันได้ และที่สำคัญ
พระสัพพัญญูของเราเปงที่เด่นสะดุจใจที่สุด จึงไม่แปลกที่ใครๆก็อยากเป็นอย่างท่าน
ทำไมถึงมีคนปรารถณาเยอะ ก็มีนรก หลายขุมแล้วก็มนุษย์หลายคน มีเทวดาทุกโลกธาตุ
ของจักรวาล ที่เรามาคุยในบอร์ดเป็นส่วนน้อย เพราะยังมีที่อยู่นรก ที่อยู่สวรรณ์
พรหมโลก และหลายคนที่เปลี่ยนใจ จึงไม่แปลกที่มีพุทธดาราในอนาคต 10 พระองค์
เฮฮๆ และที่สำคัญ ผมไม่เปลี่ยนใจหรอก
ถึงผมสามธิยังไม่ได้เรื่อง ศิลยังไม่ครบ ยังงกอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เปลี่ยนไปนะ
ผมก็ปรับไปทีละขั้นตอน จาก 0 ให้ เป็น9999999999999999999999999999999ยกกำลัง
9999999999999999999999999999999999999999999999999999999999999999
แล้ว+1 ตอนนั้นคงถึงคิวผมมั้ง
อิอิ

อบเชย
02-09-2005, 07:31 PM
ผมเข้าใจความรู้สึกของ cwyp นะครับว่ารู้สึกยังไง เพราะหลายๆคนในนี้ เคยบอกว่าปรารถนาพุทธภูมิ แล้วก็เปลี่ยนไปมารายวัน ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ควรที่จะมีความคิดเช่นนั้น รู้สึกถึงความไม่มั่นคงในจิตใจของผู้ปราถนา จริงๆถ้าคิดแบบนี้อยู่ ยังไม่มั่นใจก็ยังไม่ควรจะประกาศออกไป เพราะเรารู้สึกว่าเป็นของสูง ไม่ใช่ของเล่นๆ ที่น่าจะเปลี่ยนใจกันง่ายๆ เพราะการเดินทางนั้นยาวนาน ใช่เพียงแค่ระยะเวลาที่โพสในบอร์ดนี้เท่านั้น จุดเริ่มต้นของผู้ปรารถนาพุทธภูมิ คือความคิด ถัดมาคือประกาศ และถัดมาจึงจะได้รับพุทธพยากร ในขั้นประกาศเราเลยรู้สึกว่ามีความสำคัญมาก เพราะแต่ละขั้นไม่ใช่ว่าใช้เวลาน้อยๆ ผมก็คิดเหมือนกันว่าถ้ายังไม่มั่นใจก็ไม่ควรประกาศ ......ไม่รู้ใครจะเห็นด้วยหรือเปล่าก็ตาม จริงๆ ผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิทุกคน เมื่อถึงเวลาจะต้องได้เรียนรู้ความทุกข์ที่แท้จริง และได้หยั่งพระนิพพานเพื่อความมั่นใจในสิ่งที่ตนปรารนา หลังจากนั้นก็จะมีการตัดสินใจและอธิฐานซ้ำๆๆๆ ผมเห็นว่าผู้ใดไม่มั่นใจ แต่ยังคงคิดปราถนา ควรจะอธิฐานซ้ำให้ตนปราถนา ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเกิดชาติใดก็ขอให้มีความรู้สึกปราถนาตลอดไปจนกว่าจะสำเร็จมรรคผล และขอให้ปิดอบายภูมิ ในปัจจุบัน ไม่ต้องไปใช้กรรมในนรกอีก ถ้าจะใช้ก็ขอให้ใช้ในภพมนุษย์.......ผมคิดแบบนี้นะครับ

berserk
20-09-2005, 07:50 PM
เห็นด้วยกับคุณcwyp และคุณอบเชยครับ ผมอ่านในกระทู้ดังกล่าวแล้วยังงงๆอยู่เลยครับ ยิ่งมีบางท่านบอกสามารถลดจาก 500 ชาติเหลือ 3 ชาติบางเดี๋ยวเหลือชาติเดียวบางละยิ่งงงไปใหญ่เลยครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่สำหรับคนที่ตั้งใจจริงผมก็ขออนุโมทนาบุญด้วยแล้วกันครับเผื่ออย่างไรอาจจะช่วยฉุดกระชากลากถูผมไปได้บ้างครับ

หลับตา
20-09-2005, 08:36 PM
ทุกษ์หนักจริงๆครับ ไม่ใช่แฟชั่นแน่นอน ถึงตัวเองจะทุกข์มาก ผู้ปรารถนาพุทธภูมิเห็นคนอื่นทุกข์ก็ยังสงสารอยากช่วยอยู่ร่ำไป ไม่อยากให้ใครต้องมามีทุกข์เลย ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่อนาคต

witt
20-09-2005, 09:24 PM
ลดเหลือ หลายๆชาติ จาก 1000 กว่ามา เหลือ ประมาณ 4-7 ร้อย ก็สามารถทำได้ครับ ขึ้นอยู่กับกำลังใจและความตั้งใจในการบำเพ็ญบารมี ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น ย่อมยังผลให้เต็มได้โดยเร็ว เปรียนเสมือน ท่อน้ำขนาดเล็ก และ ใหญ่

ท่อน้ำที่มีขนาดใหญ่เปรียบได้กับการบำเพ็ญที่เข้มข้น มีกำลังใจสูง ยังผลให้น้ำ ที่เติมลงไปในสระเต็มเร็วขึ้น

ท่อน้ำที่มีขนาดเล็ก ย่อมสามารถ เติมน้ำลงไปได้เช่นกัน แต่ต้องอาศัยเวลานานกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น

tamsak
23-09-2005, 12:28 PM
เ้ข้ามาดูว่าพุทธภูมิเขาคุยอะไรกัน

อิทธิ
23-09-2005, 01:34 PM
ผู้ปรารถนาพุทธภูมิในช่วงต้นๆจะเป็นอย่างนี้ครับ เปลี่ยนใจกลับไปกลับมา ถ้าเกิดมาแล้วระลึกได้ต้องอธิษฐานซ้ำครับ พอเกิดบ่อยๆเข้าชักเริ่มมั่นคงในคำอ ธิษฐาน พอเริ่มทำสมาธิได้ฌาณ ก็อยากไปเห็นโน่นเห็นนี่ พอเกิดสร้างบุญบารมีมาอีกระยะ บารมี 10 ทัศ เริ่มจะเต็ม การรู้การเห็นในโลกทิพย์มีมากขึ้น เห็นความยากของการจะได้เป็นพระพุทธเจ้าสักองค์ในโลกนี้ เพราะในหมื่นโลกธาตุของจักรวาลนี้ จะมีพระพุทธเจ้าเกิดได้พระองค์เดียวเท่านั้น ก็จะทำให้เกิดท้อถอย ดังนั้น เราจะพบว่าบรรดาครูบาอาจารย์ เมื่อปรารถนาพุทธภูมิมาจนบารมี 10 ทัศ ใกล้เต็มแล้ว กลับเปลี่ยนความตั่งใจ เข้านิพพานไปเลย ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่าในบรรดาผู้ที่ปรารถนาพระโพธิญาณของมนุษย์มีมาก เปรียบประดุจขนของวัว แต่ผู้ที่สามารถสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านั้น เปรียบดั่งเขาของวัว ยากๆๆๆๆๆ จริงๆ กว่าบารมีจะเต็ม 30 ทัศ ผู้ปรารถนาขอให้อธิษฐานซ้ำบ่อยๆนะครับ ขอให้รอด ๆ ๆ สาธุhttp://www.palungjit.com/board/images/smilies/wai.gif

ปราณยาม
23-09-2005, 05:15 PM
ขอให้สมความปราถนากันทุกท่านครับ แต่ผมขอไปรอที่พระนิพพานก่อนนะครับ

Fame
25-09-2005, 10:48 AM
[b-wai] โมทนาคะ *-*

จอมมาร
11-10-2005, 10:27 AM
ใครปราถนาพุทธภูมิเพราะเมตตาสัตว์จริงๆ ขออนุโมทนาด้วย แต่พวกที่อยากเป็นโพธิสัตว์เพราะในชิวิตมีปัญหาไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เลยเห็นเป็นช่องทางทำให้ตัวเองดูมีค่าขึ้น ทำอะไรก็ไม่จริง หรือดีแต่โม้ เพราะยากต่อการตรวจสอบจะพูดยังไงก็ได้พูดเองเออเอง อันนี้ไม่ไหว จะทำให้ศาสนามัวหมอง พอคนจับไต๋ได้จะพลอยเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา บาปกรรมเปล่าๆ

ทองแท้ยอมไม่กลัวไฟจริงไหม มารไม่มีบารมีไม่เกิดนะจ๊ะ

Attawat_Rx
11-10-2005, 12:51 PM
ใครปราถนาพุทธภูมิเพราะเมตตาสัตว์จริงๆ ขออนุโมทนาด้วย แต่พวกที่อยากเป็นโพธิสัตว์เพราะในชิวิตมีปัญหาไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เลยเห็นเป็นช่องทางทำให้ตัวเองดูมีค่าขึ้น ทำอะไรก็ไม่จริง หรือดีแต่โม้ เพราะยากต่อการตรวจสอบจะพูดยังไงก็ได้พูดเองเออเอง อันนี้ไม่ไหว จะทำให้ศาสนามัวหมอง พอคนจับไต๋ได้จะพลอยเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา บาปกรรมเปล่าๆ
เอ่อ....แรงไปหรือเปล่าครับ..... พุทธภูมิถ้าไม่ไกล้ถึงฝั่งแล้วไม่ประกาศกันง่ายๆนะครับ การระลึกรู้ก็ไม่เกิดด้วย อีกประการถึงแม้ว่าประกาศไปเพราะคิดว่าเท่ห์ ก็นับว่าดีครับ เป็นจุดเริ่มต้นของกุศลใหญ่เลยนะครับ
ในสมัยพุธการเมื่อพระองค์ทรงเปิด 3 โลก แม้แต่มดปลวกยังปราถนาพุทธภูมิเลย ปราถนาได้ ดีครับ ไม่เสียหาย ถึงหรือไม่ถึงอีกเรื่องหนึ่ง...

จอมมาร
11-10-2005, 05:45 PM
ไม่แรงไปหรอก ยังพูดน้อยไปด้วยซ้ำ แต่เกรงใจเดี๋ยวคนที่บารมียังอ่านจะซ็อคตายไปซะก่อน พระโพธิ์สัตว์ทั้งหลายท่านมาเพื่อบำเบ็ญบารมี แล้วต้องบำเพ็ญอยากเอกอุอยู่แล้ว คำพูดแค่นี้เล็กน้อยมากๆ เพราะถ้ายังทนไม่ได้ แล้วจะบำเพ็ญเพื่อช่วยใครให้พ้นทุกข์ได้ ความจริงมักไม่สวยงามเหมือนคำเยินยออยู่แล้ว (แต่ถ้าพวกแอบอ้างก็อาจจะทนไม่ได้นะเพราะอาจจะไปจี้จุดเข้า) ทองแท้จะกลัวไฟทำไม เพราะยิ่งโดนไฟเผาทองก็ยิ่งสุกปรั่ง เหลืองอร่าม

อังคาร
18-11-2005, 08:11 AM
เมื่อเทียบจำนวนผู้ปรารถนาพุทธภูมิดังจำนวนของขนโค แต่ผู้สำเร็จมีแค่เขาโค ผมว่าจำนวนผู้ปรารถนาพุทธภูมิตอนนี้ยังมีน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำนะครับ น่าสงสารสัตว์โลกที่อนาคตข้างหน้าจะขาดช่วงพระพุทธเจ้าไปอีกนาน
อย่าคิดว่าพระพุทธเจ้ามาอุบัติกันง่ายๆ นะครับ ที่โชคดีมีพระพุทธเจ้าตั้ง ๕ พระองค์ดังเช่นในภัทรมหากัปของเรานี้ไม่ใช่มีกันบ่อยๆ
ลองดูย้อนหลังไปสิครับ ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติแล้วเพียง ๒๘ พระองค์ น้อยมากครับ
เมื่อเทียบกับ ๙ อสงไขยก่อนหน้า ตอนที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ในช่วง วจีปณิธาน ช่วงนั้นมีพระพุทธเจ้าถึง ๓๘๗,๐๐๐ องค์
และเมื่อแลไปข้างหน้า ตอนนี้มีพระโพธิสัตว์บารมีเต็มรอมาตรัสรู้แค่สองแสนกว่า
ผมว่าเรามาช่วยกันให้กำลังใจพุทธภูมิที่กำลังใจยังน้อยกันดีกว่านะครับ

มหาหิน
21-11-2005, 09:38 PM
กระทู้ มีความเกี่ยวโยงถึง กระทู้นี้ ด้วยครับ....
ลองเข้าไปดู นะครับ....

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=974

มหาหิน
21-11-2005, 10:02 PM
เมื่อเทียบจำนวนผู้ปรารถนาพุทธภูมิดังจำนวนของขนโค แต่ผู้สำเร็จมีแค่เขาโค ผมว่าจำนวนผู้ปรารถนาพุทธภูมิตอนนี้ยังมีน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำนะครับ น่าสงสารสัตว์โลกที่อนาคตข้างหน้าจะขาดช่วงพระพุทธเจ้าไปอีกนาน
อย่าคิดว่าพระพุทธเจ้ามาอุบัติกันง่ายๆ นะครับ ที่โชคดีมีพระพุทธเจ้าตั้ง ๕ พระองค์ดังเช่นในภัทรมหากัปของเรานี้ไม่ใช่มีกันบ่อยๆ
ลองดูย้อนหลังไปสิครับ ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติแล้วเพียง ๒๘ พระองค์ น้อยมากครับ
เมื่อเทียบกับ ๙ อสงไขยก่อนหน้า ตอนที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ในช่วง วจีปณิธาน ช่วงนั้นมีพระพุทธเจ้าถึง ๓๘๗,๐๐๐ องค์
และเมื่อแลไปข้างหน้า ตอนนี้มีพระโพธิสัตว์บารมีเต็มรอมาตรัสรู้แค่สองแสนกว่า
ผมว่าเรามาช่วยกันให้กำลังใจพุทธภูมิที่กำลังใจยังน้อยกันดีกว่านะครับ

เอ้อออ....
ผมว่า.... อาจจะมีการเข้าใจผิดบางอย่างนะครับ.... ที่ว่า....

ลองดูย้อนหลังไปสิครับ ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติแล้วเพียง ๒๘ พระองค์ น้อยมากครับ
เมื่อเทียบกับ ๙ อสงไขยก่อนหน้า ตอนที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ในช่วง วจีปณิธาน ช่วงนั้นมีพระพุทธเจ้าถึง ๓๘๗,๐๐๐ องค์

คือว่า....
ห้วงเวลา ปรมัตถบารมี 4 อสงไขยกัป
และห้วงเวลา วจีปณิธาน 9 อสงไขยกัป....

ที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญเพียร อยู่นั้น....
ไม่นับในห้วงเวลาที่ไปเสวยสุข หรือทุกข์ ในภพภูมิอื่น ๆ เช่น สวรรค์ หรืก นรก....
นี่ไม่ได้นำมานับรวม กับ 4 อสงไขยกัป หรือ 9 อสงไขยกัป นี้นะครับ

4 อสงไขยกัป และ 9 อสงไขยกัป นั้น....
นับรวมยอดจำนวนปี กัป อสงไขยกัป ที่มาเกิดบำเพ็ญบารมีในขณะที่เป็นมนุษย์ เท่านั้น
ยกตัวอย่าง เช่น ชาตินี้เกิดมา มีอายุได้ 80 ปี ก็เก็บสะสมไว้....
เมื่อตายไป อาจจะตกนรก หรือไปสวรรค์ เสวยทุกข์ เสวยสุข กี่พัน กี่หมื่นกัป ไม่นับรวม
เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก มีอายุได้เท่าไร ก็นำไปรวมกับ 80 ปี ของเดิม....
เวียนว่ายอยู่อย่างนี้ นับยอดเฉพาะที่เป็นมนุษย์ เท่านั้น....
กว่าจะให้ได้ครบ 1 กัป, แสนกัป, 1 อสงไขยกัป นั้น ก็ไม่แน่นอน....
เพราะว่า ไม่รู้ว่า ที่ตกนรกอยู่ ขึ้นสวรรค์ไป จะนานเท่าไร กี่แสน กี่ล้านกัป ....

ดังนั้น กว่าจะสะสมยอดขณะที่เป็นมนุษย์ ให้ได้ 4 และ 9 อสงไขยกับ นั้น....
ห้วงเวลาอันแท้จริงที่ผ่านไป อาจจะเป็นนับ ล้าน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อสงไขยกัป แล้วครับ...

ดังนั้น หากมีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์หนึ่งบรรลุพระโพธิญาน....
จึงเป็นเรื่องแห่งความมหัศจรรย์ ของมวลมนุษยชาติ....
แผ่นดินสะเทือน เลื่อนลั่น(แต่ไม่มีโทษภัย)....

มีรายละเอียดอยู่ใน....
วิสัยการปรารถนา และการปฏิบัติ เพื่อพุทธภูมิ....
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=16896

ลองเข้าไปดูนะครับ....

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับ....

Samy
22-11-2005, 12:44 AM
[B]แล้วผมจะตามไป

อังคาร
22-11-2005, 09:09 AM
เรื่องการนับเวลาเป็นอสงไขย คงจะนับเป็นจำนวนสังยา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ... ไม่ได้หรอกครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการนับว่าเกิดเป็นมนุษย์ ๘๐ ปี สะสมไว้ กลับมาเกิดอีก ๘๐ ปี ก็เอามานับสะสมต่อ แบบนี้จะไม่สามารถรวมกันเป็นอสงไขยได้
เพราะอสงไขยเป็นการนับเวลาแบบอุปมา
เอาเป็นว่าอย่าไปติดใจตรงการนับเวลาดีกว่า เพราะไม่ว่าอย่างไร การมีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งมาอุบัติก็เป็นความมหัศจรรย์แห่งมวลมนุษยชาติตามที่ท่านมหาหินกล่าวไว้

แนะนำให้ลองพิจารณาเรื่องกัปและอสงไขยอีกแห่งครับ
http://larndham.net/index.php?showtopic=17505&st=0
และอีกแห่ง
http://www2.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?QNumber=773&Mbrowse=8<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>

ชา ใคร่รู้
22-11-2005, 05:52 PM
ก็ดีนะครับที่มีผู้ปรารถนาพุทธภูมิกันเยอะๆ อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความดี จะได้ช่วยกันสืบทอดพระศาสนาต่อไป แม้จะไม่สำเร็จไปซะทุกท่าน แต่ก็สามารถเป็นกำลังสำคัญของพระศาสนาได้ครับ ถ้าตั้งใจดีแล้วก็เอาใจช่วยครับผม

เดินทางไกล
09-01-2006, 10:06 AM
โมทนากับทุกท่านด้วยครับ ที่ตั้งใจมั่นในการปรารถนาพุทธภูมิ การปรารถนาพุทธภูมิเป็นของยากมาก กว่าจะสำเร็จ แค่ใจนึกตั้งมั่นปรารถนา ผมว่าก็มีสิ่งทดสอบจิตใจรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบที่กิดจากคนรอบข้างหรือไม่ก็กิเลสทั้งหลายที่อยู่ในโลกนี้นะครับ กว่าจะผ่านไปแต่ละชาติเหนื่อยมากๆๆๆครับ

wit
09-01-2006, 10:37 AM
จริงๆคนปรารถนาพุทธภูมิไม่เห็นต้องคิดอะไรมาก แค่ทรงแรงอธิษฐานจิตเอาไว้อย่างมั่นคงพร้อมกับค่อยๆสร้างความดีสะสมบารมีด้านต่างๆไปเรื่อยๆ มากบ้างน้อยบ้างตามกำลังในขณะนั้นๆ ตราบใดที่ยังทรงคำอธิษฐานเอาไว้และก็ไม่หยุดสร้างความดี บารมีก็จะค่อยๆถูกสะสมขึ้นมาเองแหละครับ หมดชาตินี้ไปชาติต่อไปก็มาสร้างใหม่ก็แค่นั้นเอง ทำไปเรื่อยๆสบายใจดีออกครับ

ปล.ข้อสังเกตุของผมระหว่างสาวกภูมิกับพุทธภูมิคือ
สาวกภูมิ จะเน้นในการพิจารณาทุกข์ให้เห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงจะได้ละสังโยชน์คลายความยึดมั่นจนจิตหลุดพ้นไปได้น่ะครับ (ค่อนข้างจะต้องมีหลักการและปฏิบัติธรรมสร้างความดีให้ตรงประเด็นพอสมควร)

ส่วนพุทธภูมินั้น จะเน้นในการสะสมความดีในด้านต่างๆ ทั้งบุญที่เป็นภายนอกและบุญที่เป็นภายใน ยิ่งทำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี โดยไม่ค่อยจะเจาะจงหรือเน้นที่เป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ได้ต้องการหลุดพ้น แต่ต้องการสะสมบารมีเพื่อที่จะได้นำบารมีที่ตนสะสมนี้มาช่วยเหลือผู้อื่นได้น่ะครับ

ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบก็อาจจะได้ว่า การสร้างบารมีและช่วยเหลือคนของพุทธภูมินั้นเป็นเหมือนการปูรากฐานของผู้คนทั้งหลายให้มั่นคงแน่นหนา คืออาจจะช่วยเหลือหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความทุกข์เกี่ยวกับความเป็นอยู่ภายนอกหรือเรื่องของคุณธรรมภายใน ส่วนการสร้างบารมีของสาวกภูมิจริงๆจะเน้นอยู่ที่ตัวเอง โดยมุ่งฝึกฝนขัดเกลาจิตใจของตนเองให้ละกิเลสทั้งหลาย ถ้าจะช่วยเหลือผู้อื่นก็มักจะเน้นไปในการให้ธรรมทานซะเป็นส่วนใหญ่ ผมว่าผู้ปรารถนาทั้งสองแบบถ้าทำตามความปรารถนาของตนเองอย่างต่อเนื่องและถูกต้องแล้วล่ะก็ ระบบก็จะเกิดความสมดุลขึ้นมาเองครับ (เหมือนรูปทรงปิรามิดน่ะครับ)

wit
09-01-2006, 11:07 AM
เพิ่มเติม

ดังนั้นผมเห็นว่ากรรมฐานที่เหมาะกับสายพุทธภูมิก็คือ การสวดมนต์ภาวนา นะครับ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำในเรื่องของการอธิษฐานจิต(เพราะส่วนมากคำบริกรรมภาวนาก็มักจะเกี่ยวข้องกับพระรัตนตรัยอยู่แล้ว ถึงตายไปกรรมที่ทำเป็นนิสัยคือการระลึกถึงพระรัตนตรัยบ่อยๆนี้ก็จะส่งผลให้ชาติต่อๆไปของเราได้ผูกพันธ์อยู่กับพระรัตนตรัยอีกครับ) และเท่ากับเป็นการสะสมบารมีบำเพ็ญตบะให้มากยิ่งๆขึ้นไปด้วยน่ะครับ (เพราะไม่ได้คิดจะพ้นทุกข์ไปคนเดียวอยู่แล้ว ยิ่งเพียรสวดมนต์ภาวนามาก บารมีที่ได้สะสมก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วยครับ)[b-wai]

OO
09-01-2006, 03:14 PM
คำอธิษฐานบุญบารมี


</PRE>
</PRE>
ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อ –นามสกุล.............)



ซึ่งมีเห็น จำ คิด รู้ กาย วาจา ใจ มั่นคงในพระบวรพุทธศาสนา

มีพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก

ได้สั่งสมบุญบารมีดีแล้วในพระบวรพุทธศาสนา เป็นไปเพื่อ สะอาด บริสุทธิ์ สมบูรณ์ บริบูรณ์ ความเจริญมั่นคง ความสำเร็จใน อาณาจักร พุทธจักร ธาตุธรรม มรรค – ผล นิพพาน ในฝ่ายสัมมาทิฐิ



ข้าพระพุทธเจ้าน้อมบุญบารมีทั้งหลายเหล่านี้ เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) คุณครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ คุณมารดาบิดา ญาติพี่น้อง ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ตลอดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ราชวงศ์จักรี ผู้รักษาประเทศชาติ ศาสนา วิชชาธรรมกาย อาณาจักร พุทธจักร ธาตุธรรม มรรค – ผล นิพพาน มนุษย์ อมนุษย์ รวมทั้งตัวของข้าพเจ้าเองด้วย





ด้วยบุญบารมีดังกล่าวแล้วนี้ ปรารถนาจิตให้ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายได้เกิดในฤกษ์สร้างบารมี บารมี 30 ทัศเป็นเลิศ

ได้ดวงตาเห็นธรรม รู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจจธรรมทั้ง 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ปัจจัยสี่ สมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้ซึ่ง มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ



สำเร็จกิจในอาณาจักร พุทธจักร พระพุทธศานา วิชชาธรรมกาย มรรคผล นิพพาน ในฝ่ายสัมมาทิฐิแต่ส่วนเดียว



ขึ้นชื่อว่าความอดอยาก ยากจน เป็นหนี้สิน จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลาย ได้ประสบแต่สรรพสวัสดิพิพัฒน์มงคลด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ แลธนสารสมบัติ พ้นจากวิบัติ บาปศักดิ์สิทธิ์ ภัยพิบัติ ภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ กิเลส อวิชชา เครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย พ้นจากกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา



ไม่เกิดในอบายภูมิทั้ง 4 โลกันตร์นรก อรูปพรหม 4

ให้ได้เป็นธาตุเป็น ธรรมเป็น แผนผังเป็น กายเป็น นิพพานเป็น สะอาด บริสุทธิ์ สมบูรณ์ และอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ



ไม่เบียดเบียนท่านผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตัวของข้าพเจ้าเอง ด้วยกาย วาจา ใจ ละชั่วด้วย กาย วาจา ใจ ทำดีด้วยกาย วาจา ใจ ทำใจให้ใส สะอาด บริสุทธิ์



ไม่มีท่านผู้หนึ่งผู้ใด สิ่งหนึ่งสิ่งใด รวมทั้งตัวของข้าพเจ้าเอง มาทำลายล้าง แย่งอำนาจ สิทธิ ในการสั่งสมบารมีจวบจนสำเร็จกิจแห่งปรารถนาญาณ ในฝ่ายสัมมาทิฐิแต่ส่วนเดียว



ข้าพเจ้าทรงไว้ซึ่งอำนาจสิทธิความสำเร็จกิจแห่งศาสนจักร อาณาจักร พุทธจักร มรรคผล นิพพาน ในฝ่ายสัมมาทิฐิแต่ส่วนเดียวในตำแหน่ง.............(พระสัพพัญญูพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระพุทธบิดา พุทธมารดา...............)



นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ

OO
09-01-2006, 03:20 PM
<TABLE class=tborder id=post163588 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt2 width=175></TD><TD class=alt1 id=td_post_163588><!-- message -->http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=49895&d=1133267576

ข้อ 6 ต่อบนขวา
</TD></TR></TBODY></TABLE>

Seel
10-01-2006, 12:27 PM
ไม่ใช่แฟชั่นเลย การที่จะลงนรก ก็ลงกันธรรมดาอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ยังอยู่ในช่วงบารมีต้น การที่จะเป็นพระพุทธเจ้าต้องรู้ทุกอย่าง ย้ำ ว่าทุกอย่างจริงๆ กำลังใจของใครจะทำต่อ จะลาก็ช่างเขาสิ เปลี่ยนกันได้ตลอดเวลานี่นา สำหรับจิตใจคน ผมยังเบื่อเลย แต่ไม่ลา ลาไปก้แย่สิ สรรพสัตย์ทั้งหลายเค้าจะไปนิพพานยังไง ถ้าเราไม่ช่วยอุ้มชู ลำบากมาตั้งนาน จะมาตัดช่องน้อยแต่พอตัว มันจะไปทำได้ยังไง ที่เห็นในเว็บนี้ยังเป็นส่วนน้อยนะ พุทธภูมิกลัวความลำบากมีที่ใหนกัน ฮึ

Palmnaraks
10-01-2006, 12:50 PM
ปราถนาเป็นอะไรก็ช่าง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระสาวก ถ้าปราถนาโดยสัมมาทิฐิ ที่สุดแห่งทุกข์ก็คือนิพพานด้วยกันทั้งนั้นนี่ครับ ดีแล้วไม่ใช่หรือที่มีคนมีน้ำใจเป็นสาธารณะ คือต้องการช่วยเหลือสรรพสัตว์ ถึงไม่ถึงมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมัยนี้หาคนดีมีน้ำใจ หายากยิ่งกว่าหาเพชร หาพลอยในตม ขอโมทนาความดีกับบุคคลที่มีน้ำใจสาธารณะ

OO
10-01-2006, 03:06 PM
ooo เตือน การขาดสำรวมใจจนกลายเป็นปรามาสรัตนตรัย หรือ ผู้ทรงความบริสุทธิ์ ooo <HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->คำเตือนจากพระอาจารย์

"การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเป็นของยาก และการที่มีผู้อวดอ้างว่า
เป็นพระพุทธเจ้า เราหาเชื่อไม่"

พระผู้มีพระภาค ทรงเล่าเรื่องอธิกรรมของพระองค์ เป็นตัวอย่าง
ในปีสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพว่า...............

"ในชาติอดีตไกล สมัยพระพุทธเจ้ากัสสโป โปรดสัตว์ครั้งนั้น
พระองค์เป็นพราหมณ์หนุ่มชื่อ โชติปาโล ได้ดูหมิ่นความสามารถ
ของพระพุทธเจ้ากัสสโป ว่า พระโพธิญาณ เป็นญาณชั้นสูง
ไฉนจึงจะบรรลุง่าย ๆ ภายใต้ร่มไม้ในป่า

กรรมนั้นทวงเอา จึงต้องประพฤติทุกรกิริยาเป็นเวลานาน
ภายหลังรู้จักทางถูกแล้ว จึงได้ตรัสรู้ และตรัสรู้ยาก ๆ ด้วย"

เพราะฉะนั้นเราจึงควรสังวรในเรื่องกรรม จะเป็นกรรมทางกาย
ทางวาจา หรือทางใจ ก็ควรระวังทั้งนั้น

กรรมทางใจ ที่เรียกว่า "มโนกรรม" นั้น ถ้าทำกับผู้ทรงคุณ
ก็เป็นอธิกรรม สามารถบั่นทอนความเจริญในชาติปัจจุบัน
แล้วยังติดตามบั่นทอนในชาติต่อ ๆ ไปเป็นเวลานาน
(อธิกรรม เป็นกรรมร้ายแรงเหมือนอสรพิษ ซึ่งมีพิษร้ายแรง
กัดตายทันที หายาแก้ไม่ทัน )

โทษภัยที่เกิดจากการประทุษร้ายผู้ทรงคุณนั้น
ท่านว่าไว้ 10 ประการ เริ่มให้ผลแต่ชาติปัจจุบันไป คือ

1.เสื่อมญาติ
2.เสื่อมทรัพย์
3.เจ็บป่วยหนัก
4.จิตฟุ้งซ่าน
5.จิตแตก(จิตเภท)
6.จิตฟั่นเฟือน
7.วิกลจริต
8.วิปลาสต่าง ๆ
9.ตายแล้ว ตกนรก
10.ถูกผู้มีอำนาจเบียดเบียน

ผู้ประสบภัยเหล่านี้เหมือนถูก นะจังงัง จะไม่เจริญในคุณธรรม
เป็นเวลานานกว่าจะหมดกรรม กลายเป็นคนทำดีไม่ขึ้น

และอย่าได้ดูถูก ดูหมิ่น ท่านผู้เป็นวิสุทธิเทพ วิสุทธิบุคคลเป็นอันขาด
เพราะจะเป็นอธิกรรม ซึ่งมีผลร้ายแรงและรวดเร็ว เหมือนอนันตริยกรรม

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ เหล่าวิสุทธิเทพ วิสุทธิบุคคล ลงเกิดกาย
ทำงานให้ภาคผู้ปกครองมีจำนวนมากมาย ปะปนไปทั่วทุกลัทธิ ทุกศาสนา

วิสุทธิเทพ วิสุทธิบุคคล เป็นดวงแก้วใสบริสุทธิ์เหมือนแก้วมณีโชติ
ผู้บรรลุถึงภูมิเป็น "พระแก้ว" มีจิตใจประกอบด้วยพรหมวิหาร 4 อย่างบริสุทธิ์
มีมหาเมตตากรุณา เอาการช่วยเหลือผู้ควรช่วยเหลือเสมอ มินิ่งดูดาย
ใครดี ก็พลอยชื่นชมยินดีด้วย (ประกอบด้วยมุทิตา)
ใครประสบเคราะห์กรรมจากชาติอดีต สุดวิสัยจะช่วยได้
ท่านก็วางใจเป็นกลาง (ประกอบด้วยอุเบกขา)

เมื่อมาเกิดกาย วิสุทธิเทพ วิสุทธิบุคคล เปรียบเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบัว
เมื่อชีวิตยังไม่ดับ ท่านก็ครองขันธ์ 5 แต่ไม่ติดในขันธ์ 5
เมื่อชีวิตดับ ก็ออกจากสังขารไป เป็นผู้อยู่นอกโลก แต่ภายในโลก
คือภายในอากาศโลกอันกว้างใหญ่สุดจะประมาณนี้เอง
สถิตในสุทธากาศ (อากาศบริสุทธิ์) ได้ทุกอย่าง

WHEN : 31/7/05 ( 0.30 am )
<!-- / message -->

เถรี
28-06-2006, 12:48 PM
ถ้าการปรารถนาพุทธภูมิเป็นแฟชั่น คงเป็นแฟชั่นที่มีคุณค่า สูงส่งมากๆ ต้องใช้ความพยายาม สติปัญญา และศรัทธาอย่างยิ่งยวด
ขอให้คนที่นิยมแฟชั่นนี้ จงพยายามทำให้สำเร็จสมปรารถนา และนำพาคนอื่นให้พ้นจากวัฏสงสารนี้ด้วยเทอญ(verygood)

khomeraya
22-07-2006, 12:13 AM
มาชวนท่านพุทธภูมิทั้งหลายมาสร้างวัดภูเหล่าเงินฮางครับ ผมส่วนตัวประทับใจคุณ Narong ที่ร่วมงานคุณมหาหินหลายงาน คุณมหาหินก็ยอมรับเลยว่ากล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพงานบุญที่นำมาให้สมาชิกอนุโมทนาบุญกันจนไม่หวาดไม่ไหว ก็มาจากการที่คุณ Narong ส่งมาให้

ตอนนี้คุณ Narong มีโครงการสร้างวัดภูเหล่าเงินฮาง ก็ขอให้สมาชิกเวบพลังจิตที่ไม่ว่าจะเป็นพุทธภูมิหรือไม่ก็ดี มาร่วมกันสร้างวัดภูเหล่าเงินฮาง เพื่อให้คนดีที่ทำเพื่อพระศาสนาคนหนึ่งมีกำลังใจทำความดีต่อไป

อย่าเกี่ยง เอ๊ย อย่าแย่งกันทำบุญล่ะ