DevilBitch
08-07-2005, 02:36 AM
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี นิมิตที่มาอันลี้ลับแห่งยอดพระคาถาชินบัญชร
<STYLE><!--.Normal {font-size:12.0pt; font-family:"Times New Roman";}.MsoPlainText {font-size:10.0pt; font-family:"Courier New";}--></STYLE> มหาโต ได้รับการสถาปนาโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 ในสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ปี ชวด พุทธศักราช 2407 ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ...พระพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
สิ่งมหัศจรรย์ที่ร่ำลือกันเกี่ยวกับสมเด็จพระพุฒจารย์โตเกิดเมื่อครั้งที่ท่านฝ่าทะเลบ้าไปงานพิธีสมโภชพระราชวังบนเขามไหศวรรย์ เมืองเพชรบุรี สมเด็จโตท่านไปด้วยเรือญวน 4 แจวออกทางปากน้ำบ้านแหลม ขณะที่ท้องทะเลเป็ฯบ้าเพราะคลื่นลมแรงมากชาวบ้านในอ่าวบ้านแหลมช่วยกันร้องห้าม่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จอย่าออกไปจะล่มตาย ท่านตอบว่า ไปจ้ะ ไปจ้ะ แล้วท่านก็ออกมายืนหน้าเก๋งเรือเอาพัชนี( พัด) ใบตาลโบกแหวกลมหน้าเรือ ทั้งที่ในเวลานั้นลูกคลื่นโตกว่าเรือมากถึงขนาดบังเรือมิด แต่ทางหน้าเรือคลื่นกลับไม่มี หลายคนที่ไปด้วยและได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ได้เล่าว่า ทั้งที่คลื่นสองฟากเรือลูกโต แต่สมเด็จโตยืนนิ่งโบกพัดเฉย คนเรือก็แจวเฉยเป็นปกติ ชาวเมืองเพชรจึงเกรงบารมีสมเด็จโตมากถึงกับยกมือท่วมหัวสรรเสริญ...
กล่าวกันว่าการสวดมนต์หรือคาถามีจุดมุ่งหมายก็เพื่อนให้จิตเกิดบุญ มีความสุขอันเกิดจากความสงบและเราจะอาศัยอำนาจของจิตที่เป็นบุญดลบันดาลให้เกิดอานุภาพ คุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาด ปราศจากภัยอันตราย คุณานุภาพแห่งบทสวดหรือยอดคาถามจึงมีด้วยเหตุนี้
เมื่อผู้เขียนต้องการจะเขียนเรื่อง สมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังษี สิ่งที่ต้องค้นคว้าหาถึงที่มาก็คือสุดยอดแห่งคาถาของท่านคือ พระคาถาชินบัญชร ที่มีเรื่องเล่ากันว่า
ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสถามเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ถึงสาเหตุที่ทำให้พระพิมพ์ของท่านมีคุณานุภาพศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือกันไปทั่ว ท่านถวายพระพรว่า เพราะท่านบริกรรมด้วยชินบัญชรคาถา พระคาถาชินบัญชรของสมเด็จโตมีคุณานุภาพมากมาย ผู้ใดได้เจริญภาวนาไว้เสมอจะเจริญด้วยลาภยศ อายุยืนยาวปราศจากภัยอันตราย และใช้เสกน้ำมนต์รดแก้ทุกข์โศกโรคภัย ไม่ว่าจะถูกระทำคุณไสยก็สามารถแก้ให้หายได้
ที่มาของ ยอดพระคาถาชินบัญชร เกิดขึ้นจากนิมิตของสมเด็จโตในคราวที่ท่านเดินทางไปกำแพงเพชร เพื่อเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ของท่าน และเจ้าประคุณสมเด็จได้ไปที่วัดเก่าแห่งหนึ่งชื่อ วัดเสด็จ ที่นั่นมีเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมธาตุอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิง สมเด็จโตท่านได้พบคัมภีร์โบราณผูกหนึ่งเป็นภาษาสิงหลฝังอยู่ในเจดีย์นั้น ท่านก็หยิบใส่ย่ามมาและเก็บไว้ที่กุฏิแดงวัดระฆังฯ
คืนหนึ่งราวๆ ตีสามสมเด็จโตได้นิมิตเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้ม แต่อาภรณ์ชุดขาวยืนอยู่ที่หัวนอน ท่านกำหนดจิตสัมผัสจึงรู้ว่าผู้ที่ปรากฏในนิมิตนี้มิใช่มนุษย์แน่ จึงถามในสมาธิจิตว่า ท่านผู้เจริญ การที่อาตมานี้มีตาได้ชมบารมีท่านนั้นเป็นขวัญตาเหลือเกิน ท่านมาสถานที่นี้มีสิ่งใดที่อาตมาภาพปฏิบัติผิดพลาดในหลักของพระพุทธศาสนาเล่าขอให้ท่านจงประสาทประทานการสอนให้อาตมาภาพนี้แจ่มแจ้งในพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด
อาคันตุกุในนิมิตก็ได้กล่าวขึ้นว่า ท่านโต วิธีการดำเนินงานของท่านนี้คล้ายกับองค์สมณโคดมอยู่ แต่การที่คิดจะสร้างพระให้เป็นสิ่งที่ระลึกของมนุษย์นั้น สร้างแล้วสิ่งนั้นจะต้องดี ท่านโตก็เชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นควรจะปฏิบัติตามกฎของโลกวิญญาณคือวิธีการทำให้ถูกหลังการในการปลุกเสก
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จจึงกำหนดจิตตอบไปว่า ท่านผู้เจริญ ขรัวโตนี้รับฟังความคิดเห็นของทุกๆ คนถ้าแม้นท่านจะโปรดข้านี้ขอได้โปรดบอกมาเถิด จะด่าว่าตักเตือนเราก็ไม่ว่า
ชายหนุ่มที่มาปรากฏในนิมิตจึงได้แนะแนววิธีการต่างๆ ในเรื่องทิศทางว่าทิศไหนเป็นมงคล ทิศไหนไม่เป็นมงคลในการวางเทียน รูป ดอกไม้ เทียนชัยให้ตรงตามหลักกฎระเบียบของโลกวิญญาณ เรียกว่าเทวบัญญัติหรือพรหมบัญญัติโดยเฉพาะเรื่องปลุกเสกพระเครื่องรางของขลัง
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จจดจำคำแนะนำต่างๆ ไว้จดหมดสิ้นแล้วกำหนดจิตถามต่อไปว่า ท่านเป็นใคร ก็ได้รับคำตอบว่าเป็น ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เป็นลูกศิษย์ของพระโมคคัลลานะ สำเร็จญาณชั้นสูง
พอออกจากสมาธิท่านเจ้าประคุณสมเด็จก็ได้นำคัมภีร์ผูกนั้นออกมาศึกษาแปลได้ความว่าปัญจะระสูตรอันเชิญพระบารมีพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์มาปกป้องคุ้มครอง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จได้ตัดเอาบางส่วนออก บางคำที่แปลไม่ได้ท่านก็คงเอาไว้และตั้งชื่อพระคาถาบทนี้ว่า ชินบัญชร เพื่อถวายกุศลแด่ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระที่มีเมตตามาชี้แนะการจัดพิธีปลุกเสกลงพลังจิตวัตถุมงคล
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสกระแสรับสั่งให้บรรดาเจ้าจอมหม่อมห้ามและเหล่าข้าราชการใกล้ชิดพระยุคลบาทเจริญภาวนาพระคาถาบทนี้ตลอดรัชกาลมาในยุคปัจจุบันความศักดิ์แห่งพระคาถาชินบัญชรก็ยังคงมีอยู่เพราะเป็นคาถาที่มีคุณานุภาพมากมาย หลายคนที่ผู้เขียนทราบมาเคยใช้พระคาถานี้สวดและอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ต้องการก็สมหวังดังปรารถนา
การสวดคาถาชินบัญชรจะเริ่มต้นจากการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต พรหมรักษี ควรเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีซึ่งถือเป็นวันครูและให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก หรือดอกมะลิ 1 กำ จุดธูป 3 5 ถึง 9 ดอก เทียน 2 เล่ม
ข้อมูลอ้างอิง
อมตะเถระ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี : ชมรมสวดพระคาถาชินบัญชร
หนังสือประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) โดยมหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันทน์)
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffcc>พระคาถาชินปัญชร
ชะยาสะรากะตา พุทธา เชตตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสังเย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฎฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหังมัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเล ปะติฏฐิตา มัยหังพุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหังอุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธสารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณทัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิงโมคคัลลาโน จะ วามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มหานาโมอุภาสุง วามะโสตะเก
เกเลนเต ปิฏฐิภาคัสมิงสุริโยวะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจังปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะอุปาลีนันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตานะลาเฏ ติละถา มะมะ
เสสาสีติ มะหาเถราวิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถราชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะวันตา สีละเตเชนะอังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตินัง ปุระโต อาสิทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะอาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิเสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินา นานา วะระสังยุตตาสัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตาพาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อนันตะชินะเตชะสา
วะทะโต เม สะกิจเจนะสะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชเฌนหิวิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโตสุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะชิตาริสังโค
สังฆานุภาเวนะชิตันตะราโย
สัมธัมมานุภาวะ ปาลิโต ชะจะรามิ ชินะปัญชะเรติ
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<STYLE><!--.Normal {font-size:12.0pt; font-family:"Times New Roman";}.MsoPlainText {font-size:10.0pt; font-family:"Courier New";}--></STYLE> มหาโต ได้รับการสถาปนาโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 ในสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ปี ชวด พุทธศักราช 2407 ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ...พระพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
สิ่งมหัศจรรย์ที่ร่ำลือกันเกี่ยวกับสมเด็จพระพุฒจารย์โตเกิดเมื่อครั้งที่ท่านฝ่าทะเลบ้าไปงานพิธีสมโภชพระราชวังบนเขามไหศวรรย์ เมืองเพชรบุรี สมเด็จโตท่านไปด้วยเรือญวน 4 แจวออกทางปากน้ำบ้านแหลม ขณะที่ท้องทะเลเป็ฯบ้าเพราะคลื่นลมแรงมากชาวบ้านในอ่าวบ้านแหลมช่วยกันร้องห้าม่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จอย่าออกไปจะล่มตาย ท่านตอบว่า ไปจ้ะ ไปจ้ะ แล้วท่านก็ออกมายืนหน้าเก๋งเรือเอาพัชนี( พัด) ใบตาลโบกแหวกลมหน้าเรือ ทั้งที่ในเวลานั้นลูกคลื่นโตกว่าเรือมากถึงขนาดบังเรือมิด แต่ทางหน้าเรือคลื่นกลับไม่มี หลายคนที่ไปด้วยและได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ได้เล่าว่า ทั้งที่คลื่นสองฟากเรือลูกโต แต่สมเด็จโตยืนนิ่งโบกพัดเฉย คนเรือก็แจวเฉยเป็นปกติ ชาวเมืองเพชรจึงเกรงบารมีสมเด็จโตมากถึงกับยกมือท่วมหัวสรรเสริญ...
กล่าวกันว่าการสวดมนต์หรือคาถามีจุดมุ่งหมายก็เพื่อนให้จิตเกิดบุญ มีความสุขอันเกิดจากความสงบและเราจะอาศัยอำนาจของจิตที่เป็นบุญดลบันดาลให้เกิดอานุภาพ คุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาด ปราศจากภัยอันตราย คุณานุภาพแห่งบทสวดหรือยอดคาถามจึงมีด้วยเหตุนี้
เมื่อผู้เขียนต้องการจะเขียนเรื่อง สมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังษี สิ่งที่ต้องค้นคว้าหาถึงที่มาก็คือสุดยอดแห่งคาถาของท่านคือ พระคาถาชินบัญชร ที่มีเรื่องเล่ากันว่า
ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสถามเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ถึงสาเหตุที่ทำให้พระพิมพ์ของท่านมีคุณานุภาพศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือกันไปทั่ว ท่านถวายพระพรว่า เพราะท่านบริกรรมด้วยชินบัญชรคาถา พระคาถาชินบัญชรของสมเด็จโตมีคุณานุภาพมากมาย ผู้ใดได้เจริญภาวนาไว้เสมอจะเจริญด้วยลาภยศ อายุยืนยาวปราศจากภัยอันตราย และใช้เสกน้ำมนต์รดแก้ทุกข์โศกโรคภัย ไม่ว่าจะถูกระทำคุณไสยก็สามารถแก้ให้หายได้
ที่มาของ ยอดพระคาถาชินบัญชร เกิดขึ้นจากนิมิตของสมเด็จโตในคราวที่ท่านเดินทางไปกำแพงเพชร เพื่อเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ของท่าน และเจ้าประคุณสมเด็จได้ไปที่วัดเก่าแห่งหนึ่งชื่อ วัดเสด็จ ที่นั่นมีเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมธาตุอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิง สมเด็จโตท่านได้พบคัมภีร์โบราณผูกหนึ่งเป็นภาษาสิงหลฝังอยู่ในเจดีย์นั้น ท่านก็หยิบใส่ย่ามมาและเก็บไว้ที่กุฏิแดงวัดระฆังฯ
คืนหนึ่งราวๆ ตีสามสมเด็จโตได้นิมิตเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้ม แต่อาภรณ์ชุดขาวยืนอยู่ที่หัวนอน ท่านกำหนดจิตสัมผัสจึงรู้ว่าผู้ที่ปรากฏในนิมิตนี้มิใช่มนุษย์แน่ จึงถามในสมาธิจิตว่า ท่านผู้เจริญ การที่อาตมานี้มีตาได้ชมบารมีท่านนั้นเป็นขวัญตาเหลือเกิน ท่านมาสถานที่นี้มีสิ่งใดที่อาตมาภาพปฏิบัติผิดพลาดในหลักของพระพุทธศาสนาเล่าขอให้ท่านจงประสาทประทานการสอนให้อาตมาภาพนี้แจ่มแจ้งในพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด
อาคันตุกุในนิมิตก็ได้กล่าวขึ้นว่า ท่านโต วิธีการดำเนินงานของท่านนี้คล้ายกับองค์สมณโคดมอยู่ แต่การที่คิดจะสร้างพระให้เป็นสิ่งที่ระลึกของมนุษย์นั้น สร้างแล้วสิ่งนั้นจะต้องดี ท่านโตก็เชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นควรจะปฏิบัติตามกฎของโลกวิญญาณคือวิธีการทำให้ถูกหลังการในการปลุกเสก
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จจึงกำหนดจิตตอบไปว่า ท่านผู้เจริญ ขรัวโตนี้รับฟังความคิดเห็นของทุกๆ คนถ้าแม้นท่านจะโปรดข้านี้ขอได้โปรดบอกมาเถิด จะด่าว่าตักเตือนเราก็ไม่ว่า
ชายหนุ่มที่มาปรากฏในนิมิตจึงได้แนะแนววิธีการต่างๆ ในเรื่องทิศทางว่าทิศไหนเป็นมงคล ทิศไหนไม่เป็นมงคลในการวางเทียน รูป ดอกไม้ เทียนชัยให้ตรงตามหลักกฎระเบียบของโลกวิญญาณ เรียกว่าเทวบัญญัติหรือพรหมบัญญัติโดยเฉพาะเรื่องปลุกเสกพระเครื่องรางของขลัง
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จจดจำคำแนะนำต่างๆ ไว้จดหมดสิ้นแล้วกำหนดจิตถามต่อไปว่า ท่านเป็นใคร ก็ได้รับคำตอบว่าเป็น ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เป็นลูกศิษย์ของพระโมคคัลลานะ สำเร็จญาณชั้นสูง
พอออกจากสมาธิท่านเจ้าประคุณสมเด็จก็ได้นำคัมภีร์ผูกนั้นออกมาศึกษาแปลได้ความว่าปัญจะระสูตรอันเชิญพระบารมีพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์มาปกป้องคุ้มครอง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จได้ตัดเอาบางส่วนออก บางคำที่แปลไม่ได้ท่านก็คงเอาไว้และตั้งชื่อพระคาถาบทนี้ว่า ชินบัญชร เพื่อถวายกุศลแด่ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระที่มีเมตตามาชี้แนะการจัดพิธีปลุกเสกลงพลังจิตวัตถุมงคล
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสกระแสรับสั่งให้บรรดาเจ้าจอมหม่อมห้ามและเหล่าข้าราชการใกล้ชิดพระยุคลบาทเจริญภาวนาพระคาถาบทนี้ตลอดรัชกาลมาในยุคปัจจุบันความศักดิ์แห่งพระคาถาชินบัญชรก็ยังคงมีอยู่เพราะเป็นคาถาที่มีคุณานุภาพมากมาย หลายคนที่ผู้เขียนทราบมาเคยใช้พระคาถานี้สวดและอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ต้องการก็สมหวังดังปรารถนา
การสวดคาถาชินบัญชรจะเริ่มต้นจากการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต พรหมรักษี ควรเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีซึ่งถือเป็นวันครูและให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก หรือดอกมะลิ 1 กำ จุดธูป 3 5 ถึง 9 ดอก เทียน 2 เล่ม
ข้อมูลอ้างอิง
อมตะเถระ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี : ชมรมสวดพระคาถาชินบัญชร
หนังสือประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) โดยมหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันทน์)
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffcc>พระคาถาชินปัญชร
ชะยาสะรากะตา พุทธา เชตตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสังเย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฎฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหังมัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเล ปะติฏฐิตา มัยหังพุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหังอุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธสารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณทัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิงโมคคัลลาโน จะ วามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มหานาโมอุภาสุง วามะโสตะเก
เกเลนเต ปิฏฐิภาคัสมิงสุริโยวะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจังปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะอุปาลีนันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตานะลาเฏ ติละถา มะมะ
เสสาสีติ มะหาเถราวิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถราชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะวันตา สีละเตเชนะอังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตินัง ปุระโต อาสิทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะอาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิเสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินา นานา วะระสังยุตตาสัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตาพาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อนันตะชินะเตชะสา
วะทะโต เม สะกิจเจนะสะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชเฌนหิวิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโตสุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะชิตาริสังโค
สังฆานุภาเวนะชิตันตะราโย
สัมธัมมานุภาวะ ปาลิโต ชะจะรามิ ชินะปัญชะเรติ
</TD></TR></TBODY></TABLE>